Knowledge Sharing by Sira Ekabut ทบทวน MBA / ความคิดสร้างสรรค์ / ค้นหาตัวเอง

12Aug/101

การจัด Paradigm Deck ใน Final Fantasy XIII กับทฤษฎีการจัดหมู่

หัวข้อ         : Games, Math
ป้ายกำกับ   : , , , , , , , , , ,

ผมเพิ่งได้มีโอกาสเล่น Final Fantasy XIII เมื่อไม่นานมากนี้เองครับ ทั้งๆ ที่เกมนี้ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว (ผมมีเครื่อง PS3 แต่ตอนนี้มีเกมส์อยู่แค่ 2 เกมส์คือ Tekken6 และ FF13 เนี่ย... ซื้อมาดู Blu-ray และ DVD Upscale โดยแท้เลย)

ข้อดีของเกมส์ Final Fantasy ภาคนี้นอกจากจะมีภาพกราฟิกที่สวยงามสุดๆ แล้ว มันยังมีระบบการต่อสู้ที่ตื่นเต้นเร้าใจและดำเนินไปอย่างรวดเร็วมากๆ เมื่อเทียบกับภาคก่อนๆที่ผมเคยเล่น

ระบบการต่อสู้ของภาคนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า Paradigm ซึ่งเปรียบเหมือน Strategy ที่ตัวละครจะใช้สู้กับคู่ต่อสู้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยที่เราสามารถเลือกเปลี่ยน Strategy หรือทำ Paradigm Shift ได้ตลอดเวลาในขณะที่ต่อสู้อยู่

ในการต่อสู้ของเกมนี้นั้น ทีมของเราจะมีตัวละครได้สูงสุดไม่เกิน 3 ตัว แต่ละตัวจะมีบทบาท (Role) ได้สูงสุด 6 แบบ แต่ละ role ก็จะมีความสามารถแตกต่างกันไป ดังนี้

  • Commando [COM] โจมตีคู่ต่อสู้เพื่อจะทำความเสียหายให้มากที่สุด (ส่วนใหญ่จะโจมตีทางกายภาพ)
  • Ravager [RAV] โจมตีคู่ต่อสู้เพื่อที่จะสร้างการโจมตีต่อเนื่องให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ศัตรูเซ (ส่วนใหญ่จะใช้เวทย์มนตร์)
  • Sentinel [SEN] ล่อศัตรูมาให้โจมตีตนเองและป้องกันไว้
  • Saboteur [SAB] ทำให้ศัตรูอ่อนกำลังลง
  • Synergist [SYN] เพิ่มความแข็งแกร่งให้พวกพ้องตัวเอง
  • Medic [MED] เน้นการรักษาพวกพ้อง

ในแต่ละ Paradigm ก็จะเป็นการจัดบทบาทให้ตัวละครแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย  ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในระบบการต่อสู้ของภาคนี้ เพราะว่าในภาคนี้เราจะสามารถบังคับตัวละครหลักได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ตัวละครอื่นในทีม คอมพิวเตอร์จะเป็นคนบังคับเองตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย ( ไม่รู้ว่าจะสอนเรื่องการทำงานเป็นทีมในชีวิตจริงรึเปล่านะ ที่เราไม่สามารถบังคับคนอื่นให้ทำตามที่เราต้องการเป๊ะๆ ได้เนี่ย...)

เอาล่ะ ทีนี้เพื่อนๆ เคยลองคิดกันมั๊ยครับว่า...

ในเกมส์นี้เราจะสามารถจัด Paradigm Deck ได้ทั้งหมดไม่ซ้ำกันเลยกี่แบบ??

  • การสลับตำแหน่งของตัวละครในทีมไม่มีผลต่อการจัด Paradigm Deck เช่น COM RAV MED จะเหมือนกับ RAV COM MED และ COM COM SYN เหมือนกับ COM SYN COM เป็นต้น
  • การจัด Paradigm เกิดได้ 3 กรณี คือ ทีมเรามี 3 คน , มี 2 คน, และต่อสู้คนเดียว

ขอท้าคนเรียนคณิตศาสตร์ให้ลองคิดดูก่อนโดยยังไม่ดูเฉลยนะครับ

  • ทีม 3คน : แต่ละคนเลือกได้ 6 บทบาท = 6 x 6 x6 แต่ว่าการสลับลำดับไม่ได้มีผล จึงต้องหารด้วย 3!
    สรุปได้ว่า 6x6x6/3x2x1 = 36 แบบ.... ใครคิดแบบนี้ ผิดถนัดเลยครับ!! ตอนแรกผมก็เผลอคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่มันผิด!!
    เพราะว่าการจับคู่บางกรณีขึ้นเช่น COM COM COM นั้นเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว (ในขณะที่COM RAV MED เกิดขึ้น 6 ครั้งจริงๆ แต่สับตำแหน่งกัน) แต่เราดันเอา 6 ไปหารทิ้งซะหมดเลย ผลที่ได้จึงน้อยกว่าความเป็นจริง
  • ดังนั้น วิธีที่ถูกต้องในการคิด จะต้องใช้หลักการ "การจัดหมู่แบบยอมให้เลือกชนิดของซ้ำกันได้" (Combination with repetitions allowed) ดังที่กำลังจะอธิบายครับ

การจัดหมู่แบบยอมให้เลือกชนิดของซ้ำกันได้ (combination with repetitions allowed)

มีสูตรว่า ถ้ามีของทั้งหมดให้เลือก n ชนิด แล้วเลือกของมา r ชิ้น จะมีวิธีการเลือกกี่แบบ โดยที่การสลับตำแหน่งไม่มีผล?

จะได้ว่าจัดได้ทั้งหมด = C n+r-1 , r = (n+r-1)! / (n+r-1-r)!(r!) = (n+r-1)! /(n-1)!(r!) ครับ (ที่มาของสูตรดูด้านล่างนะครับ)

  • ทีม 3คน : จะได้ว่า = C 6+3-1,3 = 8x7x6 / 3x3x1 = 56 แบบ
  • ทีม 2คน : จะได้ว่า = C 6+2-1,2 = 7x6 / 2x1 = 21 แบบ
  • ทีม 1คน : จะได้ว่า = 6 แบบ

สรุปแล้ว เราจะสามารถจัด Paradigm Deck ให้ไม่ซ้ำกันเลยได้ถึง 56+21+6 = 83 แบบเลยทีเดียวครับ !!
ใครสนใจดูรายละเอียดของการจัด Paradigm Deck ทุกแบบ ไปดูได้ที่ http://finalfantasy.wikia.com/wiki/Paradigm

ที่มาของสูตร

ถ้ามีของทั้งหมด n ชนิด  เราจะสามารถกั้นห้องให้แต่ละห้องแทนของแต่ละชนิดโดยใช้เส้นกั้น (|) n-1 เส้น และถ้าเลือกของ r ชนิด เราจะ mark ตำแหน่งว่า เราเลือกของชนิดไหนไปด้วยเครื่องหมาย *

สมมติให้มีของ 6 ชนิด โดยเราจะเลือกสิ่งของมา 3 อัน จะได้ว่า เราจะเลือกวางเครื่องหมาย * ลงไปในห้องได้หลายแบบมาก เช่น

*|*|*| | |

หรือ

*| |*| | |*

หรือ

**| | | | | *

หรืออีกมากมาย...

แต่ไม่ว่าจะวางยังไงก็ตาม ของทั้งหมดที่เราจะจัดได้ก็คือเส้นกั้นจำนวน n-1 เส้น และ * จำนวน r ดวง
ดั้งนั้นของทั้งหมดที่เราจะสลับมันเล่นได้คือ n+r-1 ชิ้นนั่นเอง แต่ที่นี้เราจะวาง * จำนวน r ดวงได้กี่แบบ ??
ก็คำนวณโดยคิดว่า ถ้าเรามีตำแหน่งอยู่ n+r-1 ตำแหน่ง เลือกมา r ตำแหน่ง (เพื่อวาง * ลงไป) จะได้กี่แบบ??

ซึ่งคิดเหมือนการจัดหมู่ปกติได้เลย นั่นก็คือ จาก n+r-1 ตำแหน่ง เลือกมา r ตำแหน่ง
ซึ่งจะได้เท่ากับ
C n+r-1 , r แบบนั่นเอง

Tips

เราสามารถมองคำถามข้างบนนี้ให้เป็น
X1 + X2 + X3 + X4 + X5 + X6 = 3
มีคำตอบกี่แบบที่ทำให้สมการข้างบนนี้เป็นจริง โดยที่ ค่า X เป็นจำนวนเต็มที่ไม่ติดลบ??
คำตอบก็คือ
C 6+3-1,3 = 56 แบบ เช่นกันครับ

ทั้งหมดนี้สอนให้รู้ว่า แนวคิดอะไรที่คิดว่าถูก อาจจะผิดก็ไม่ดูเงื่อนไขให้ดี และก็การเล่นเกมส์ก็ให้ความรู้กับเราได้อย่างคาดไม่ถึงนะครับผม 555

15Jul/100

ค่า e ในคณิตศาสตร์

หัวข้อ         : Math
ป้ายกำกับ   : , , , , , , ,

ค่าคงที่ในคณิตศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางนอกจากค่า Pi (Π) ซึ่งคืออัตราส่วนระหว่าง เส้นรอบรูปวงกลมกับเส้นผ่านศูนย์กลางของมัน (มีค่าประมาณ 3.14159265) แล้ว ยังมีค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์อีกตัวนึงที่มีความสำคัญอย่างมากนั่นก็คือ ค่า e ที่เป็นค่าคงที่ซึ่งมีค่าประมาณ 2.7182818 ในบทความนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องของค่า e ครับ

ที่มาของค่า e

ค่า e ถูกค้นพบอย่างเป็นทางการโดย Jacob Bernoulli จากการศึกษาเรื่องดอกเบี้ยทบต้นทบดอก จนได้ค่า e ว่าคือ

การคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอก

  • ถ้า สมมติว่า เราออกเงินกู้ 1 ล้านบาท คิดดอกเบี้ย 100% / ปี
  • ถ้า period ของการคิดดอกเบี้ย คือ 1 ปี เราก็จะได้เงินคืนมาเป็น = 1 ล้านบาท ×(1+100%/1)^1
    =1 ล้านบาท ×(1+1/1)^1 = 2 ล้านบาท
  • ถ้า period ในการคิดดอกเบี้ย คือ ครึ่งปี (นั่นคือ 50%/period 2 ครั้ง)  = 1 ล้านบาท ×(1+100%/2)^2
    = 1 ล้านบาท ×(1+1/2)^2 = 2.25  ล้านบาท
  • ถ้า period ในการคิดดอกเบี้ย คือ ทุก 3 เดือน (นั่นคือ 25%/period 4 ครั้ง) = 1 ล้านบาท ×(1+100%/4)^4
    = 1 ล้านบาท ×(1+1/4)^4 = 2.4414  ล้านบาท
  • ที่นี้ถ้า period สั้นลงเรื่อยๆ (คิดทุกมิลลิวินาที เป็นต้น) จนจำนวนครั้งที่คิดดอกเบี้ยเป็นอนันต์ครั้ง สุดท้าย เราจะได้เงินเป็น 2.7182818 ล้านบาท หรือ 2.7182818 เท่าของเงินต้น หรือ e เท่าของเงินต้นนั่นเองครับ !!

ถ้าจะพูดใน r ทั่วๆไปที่ไม่ใช่ 100% : ถ้าเรา compound แบบถี่สุดๆ จะได้ FV   =   PV * e^Yr ครับ

โดยที่ PV คือเงินต้น, FV คือมูลค่าของเงินในอนาคตเมื่อผ่านไป Y ปี , r = ดอกเบี้ยต่อปี(quote rate) Y = จำนวนปีที่คิดดอกเบี้ย
เช่น ถ้าเป็นกรณีข้างบน จะได้ว่า FV   =  1 * e^1*1.00 = e ล้านบาทครับ

ตัวอย่างความสวยงามของค่า e (ที่ดูเหมือนจะแค่เป็นเลขที่ดูน่าเกลียด)

  • ค่า e ถูกนำไปใช้ในเรื่องความน่าจะเป็นได้ด้วย เช่น ถ้านักพนันมีโอกาส 1 ใน n ในการชนะพนัน แล้วเค้าพนันไป n ครั้ง
    ถ้า n มีค่ามากพอ (เช่นเป็นล้านครั้ง) เค้าจะมีโอกาสที่ไม่ชนะอะไรเลย อยู่ประมาณ 1/e ครับ
    ตัวอย่าง : สมมติว่าการโยก Slot มีโอกาสชนะ Jackpot อยู่ 1 ในล้าน ถึงคุณโยก Slot นี้ไปล้านครั้ง คุณก็จะยังมีโอกาสที่ไม่ถูก Jackpotเลยอยู่ประมาณ 1/e หรือ 0.368 หรือประมาณ 36.8% เลยนะครับ!!
  • ในเรื่องความน่าจะเป็นอีกอันคือการนำไปใช้กับปัญหาเรื่อง derangements หรือ hat check problem ครับ ยกตัวอย่างเช่น มีแขก n คนมาร่วมงานปาร์ตี้ในผับแห่งหนึ่งแล้วต้องฝากหมวกไว้ที่เจ้าหน้าที่สาวสวย แต่ด้วยสาเหตุอะไรไม่ทราบทำให้สาวบริกรไม่รู้ว่าหมวกอันไหนเป็นของใครกันแน่!! ถามว่ามีความน่าจะเป็นเท่าไหร่ที่บริกรสาวสวยจะคืนหมวกไม่ถุกเลยซักใบ เมื่อ n เยอะมากๆ (เข้าใกล้อนันต์) จะได้ว่า โอกาสที่ว่า คือ 1/e เช่นกันครับ !!
  • ในวิชา Calculus นั้น แม้เราจะ diff e^xไปกี่รอบ มันก็ได้ค่าออกมาเป็น e^x อยู่เช่นเดิมเรื่อยไป
  • ถ้า เรา diff ln x จะได้ 1/x
  • ค่า e^x สามารถแตกออกมาเป็น Polynomial ตามการประมาณค่าฟังก์ชั่นของ Maclaurin series ไม่ก็วิธีของ Taylor ได้ดังนี้
  • ถ้าแทน x=1 ในสมการข้างบน
  • แต่ที่สวยงามที่สุด คือค่า e เป็นส่วนประกอบของสมการออยเลอร์ ซึ่งเป็นสมการทางคณิตศาสตร์ที่สวยงามมากๆ ครับค่า e เป็นหนึ่งในตัวเลขที่น่าพิศวงในวงการคณิตศาสตร์ เช่นเดียวกับค่า 0, 1, π  and i (ตัวเลขจินตภาพ)แต่สมการออยเลอร์ สามารถรวมความพิศวงทั้งหมดมาไว้ด้วยกันได้ว่า ซึ่งถ้าแทน x ด้วย Π (pi) จะได้สุดยอดสมการที่ว่า และเมื่อย้ายข้างอีกที ความสวยงามที่สุดก็บังเกิด


ซึ่งเป็นการค้นพบความสัมพันธ์ที่สุดยอดไปเลยครับ!!

12Jul/100

แนะนำเว็บ Khan Academy เว็บสอนหนังสือด้วย online video ที่เจ๋งมากๆ

หัวข้อ         : Economics, Math, Statistics, Website
ป้ายกำกับ   : , , , , , , , ,

วันนี้นั่งดู youtube แล้วไปเจอ video สอนเรื่อง probability อันนึงสอนได้ละเอียดดี เลยจิ้มไปดูรายละเอียด...

พบว่าเป็น video ที่ทำโดย Salman Khan (Sal) แห่ง Khan Academy ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มี mission เจ๋งๆ นั่นคือ

การให้ความรู้ที่มีคุณภาพสูงแก่ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก

อันนี้เป็น video แนะนำสถาบันครับ เจ๋งมาก เค้าเริ่มตั้งแต่สอน 1+1=2 ยันไปถึงความรู้ระดับมหาลัย !!

เนื้อหาที่เค้าสอนมีหลากหลายหัวข้อ ตั้งแต่คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ไปจนถึงชีววิทยาเลยทีเดียว (แต่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ แต่ฟังไปดูไปง่ายครับ)

จะเข้าไปดู video ที่เค้าสอนได้ยังไง?

คุณสามารถเข้าถึง video ของเค้าได้ 2 ทางคือ ทาง website และทาง youtube channel ซึ่ง Kal เค้าแนะนำว่า ใน website จะจัดระเบียบ video ไว้เข้าถึงง่ายกว่า แต่อาจจะ update ช้ากว่าของ youtube นิดหน่อยครับ

คนทำเรื่องดีๆ อย่างนี้ต้องสนับสนุน!! อย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้รู้แหล่งเรียนรู้ดีๆ ด้วยนะครับ

21Jun/100

แนะนำเว็บแจกเอกสาร pdf ติว คณิต ม.ปลาย ที่เขียนได้ดีมากๆ

หัวข้อ         : Book, Math
ป้ายกำกับ   : , , ,

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนผมได้ไปเจอเว็บไซต์ที่แจกเอกสาร pdf ที่ใช้ติว คณิต ม.ปลาย ที่เขียนได้ดีมากๆ เลยอยากจะมาเชิญชวนเข้าไปเยี่ยมชมครับ

เว็บที่ผมกำลังแนะนำนี้เป็นของคุณ คณิต มงคลพิทักษ์สุข เค้าได้ทำเอกสารแจกฟรีที่มีทั้งสรุปเนื้อหา แบบฝึกหัดแต่ละบท และรวมข้อสอบเก่าไว้ด้วย น้องๆที่เรียน ม.ปลายก็สามารถอ่านทำความเข้าใจได้ ส่วนคนที่เรียนจบแล้วอย่างผมก็ลองโหลดมาอ่านทบทวนความรู้ได้ด้วยในเวลาอัน สั้น เจ๋งมากๆ ครับ

http://math.kanuay.com/index.php

  • เอกสาร Math E-Book (คณิตศาสตร์ ม.ปลาย), Math E-Book ฉบับเข้มข้น, O-Net สนทนา ในส่วนเนื้อหา ตัวอย่าง และเฉลย เป็นผลงาน เรียบเรียง ของ คณิต มงคลพิทักษ์สุข
  • ได้รับการคุ้มครองจาก พรบ. ลิขสิทธิ์ ทั้งเอกสารรุ่นล่าสุดและรุ่นเดิม ที่เคยเผยแพร่ทั้งหมด
  • ทำการเผยแพร่เพื่อให้ใช้อ่านส่วนบุคคลเท่านั้น และไม่อนุญาตให้นำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงส่วนใดทั้งสิ้น
  • หากผู้ใดต้องการเผยแพร่ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของผลงานนี้เพื่อการ อื่น กรุณาแจ้งให้พิจารณาและยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
25May/101

ตัวเลข และ ธรรมชาติ : ความสวยงามอันน่าทึ่ง!!

หัวข้อ         : Math
ป้ายกำกับ   : , , , ,

พอดีท่องเว็บเล่นๆ แล้วเจอครับ เลยเก็บมาฝากกัน ไม่รู้ว่าเคยเห็นรึยัง

เป็นความลงตัวและความสวยงามของตัวเลขและธรรมชาติครับ ดูแล้วทึ่งมากๆ !!

26Apr/101

คณิตศาสตร์ในภาพยนตร์

หัวข้อ         : Math
ป้ายกำกับ   : , , , , ,


ช่วงหลังๆ มานี่ผมเริ่มชอบวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการอ่านการ์ตูนเรื่อง "Q.E.D อย่างนี้ต้องพิสูจน์" ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจครับ (Q.E.D. ย่อมาจากคำว่า "Quod Erat Demonstrandum" หรือที่แปลว่า "ซึ่งต้องพิสูจน์") เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ "โทมะ โซ" เด็กอัจฉริยะที่เรียนจบจาก MIT ด้วยวัยเพียง 15 ปี แต่กลับอยากใช้ชีวิตแบบนักเรียนม.ปลายธรรมดาๆ ที่ญี่ปุ่น และเขาเองก็ได้เข้ามาใช้ความฉลาดทางด้านคณิตศาสตร์ของเขาในการไขคดีปริศนาต่างๆ มากมายครับ พูดง่ายๆ มันคือ การ์ตูนแนวนักสืบที่เน้นหลักการทางคณิตศาสตร์มากหน่อยนั่นเอง ( พออ่านไปแล้วจะพบว่ามีทฤษฎีเจ๋งๆ มากมายเลยที่เราอาจไม่เคยรู้ครับ)

ป.ล. หลังจากที่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ ผมก็ได้มีโอกาสไปหา series ฝรั่งเรื่อง Numb3rs มาดู ซึ่งก็เป็นแนวใช้คณิตศาสตร์สืบสวนอาชญากรรมเหมือนกัน ซึ่งดูจะ advance กว่าในการ์ตูน QED นี้เยอะเลยครับ แต่ความสนุกไม่แพ้กันเลย ^^

แต่ที่จะมาพูดวันนี้จะยังไม่พูดถึงเรื่องคณิตศาสตร์ในการ์ตูนหรือเรื่องนี้ แต่แค่จะบอกเฉยๆว่าทำไมผมถึงหันมาสนใจเรื่องคณิตศาสตร์มากขึ้น...

หลังจากเริ่มบ้าคณิตศาสตร์แล้ว เมื่อวันก่อนตอนไปรอรับภรรยากลับบ้าน ผมได้มีโอกาสอ่านนิตยสาร My Maths ฉบับที่ 62 วันที่ 1 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2553 และในนั้นก็มีคอลัมน์นึงเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในภาพยนตร์ ซึ่งในเล่มก็ได้ยกตัวอย่างมาหลายเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งก็มีหลายเรื่องอีกเช่นกันกันที่ผมยังไม่เคยดูมาก่อน

ในคอลัมน์นั้นให้คำแนะนำว่า ถ้าสนใจรายละเอียดให้ลองหาใน Google ดูว่า "math in movies"

มันก็ทำให้ผมได้พบกับเว็บ ดีๆ เว็บนี้ครับ http://www.math.harvard.edu/~knill/mathmovies/
ซึ่งในเว็บได้รวบรวมคลิปวีดีโอที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ไว้ให้ดูกันด้วย ถ้าสนใจก็ลองเข้าไปดูได้เลยครับ ^^