Marginal Utility อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม

“เมื่อคนเรามีรายได้จำกัด เราก็จำเป็นต้องเลือกว่าเราจะซื้ออะไร…” เป็นคำพูดซึ่งเป็นจริงเหลือเกิน จากนี้ไปผมขอสมมติว่าคนเราทำการเลือกอย่างมีเหตุผลนะครับ นั่นคือคนเราได้พิจารณาแล้วว่าสิ่งที่เราเลือกก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเราภายใต้งบประมาณที่จำกัด ยิ่งกับสินค้าราคาแพงขึ้นคนเราก็จะเลือกอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น ทฤษฎี Marginal Utility (อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม) คนเราซื้อสินค้าเพราะว่ามันทำให้เราเกิดความพึงพอใจ นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า Utility แต่มันมีด้วยกัน 2 ประเภทซึ่งเราจะต้องแยกให้ออก นั่นก็คือ Total Utility (TU) =ความพึงพอใจรวมที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการทุกหน่วยรวมกัน Marginal Utility (MU) =ความพึงพอใจที่ได้รับเพิ่มจากการใช้สินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นหนึ่งหน่วย เรื่องของเรื่องก็คือว่า ไอ้ Marginal Utility มันจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเราใช้สินค้าและบริการเพิ่มขึ้น เราเรียกว่าเกิดปรากฏการณ์ Diminishing Marginal Utility ยกตัวอย่างเช่น ความพึงพอใจที่ได้จากการกินก๊วยเตี๋ยวชามแรก กับชามที่ 5 คงไม่เท่ากันแน่นอน…

Price Elasiticity of Demand ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

เคยสงสัยบ้างมั๊ยว่า ถ้าเราขึ้นราคาสินค้าแล้ว ปริมาณความต้องการสินค้าของเราจะลดลงเท่าไหร่? แล้วถ้าลดราคาล่ะ จะมีคนอยากได้สินค้าเรามากขึ้นแค่ไหน? นั่นคือเราต้องการรู้ว่า “ผู้บริโภคจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคายังไง?” การตอบสนองที่ว่านี้ถูกวัดโดยสิ่งที่เรียกว่า Elasticity ครับ Elasticity ก็คือ การตอบสนองของตัวแปรนึง (เช่น demand) เมื่ออีกตัวแปรอีกตัวหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป (เช่น ราคา) ยิ่งมีความ Elastic มาก ก็จะยิ่งตอบสนองมาก จริงๆแล้ว Elasticity มีหลายแบบครับ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของ Price Elasticity of Demand (ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา) กันครับ Price Elasticity of Demand จะเห็นว่ากราฟบนนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคาจาก P1 เป็น P2…

Demand and Supply อุปสงค์และอุปทาน

เวลาบริษัททำธุรกิจแล้วต้องการจะเพิ่มกำไร บริษัทควรจะขึ้นราคาหรือลดราคา ควรผลิตให้มากขึ้นหรือน้อยลง คำตอบของคำถามเหล่านี้ล้วนขึ้นอยู่กับตลาดที่บริษัทนั้นๆดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น เมื่อสินค้ามีความขาดแคลน ( Demand > Supply ) ราคาของสินค้าก็จะสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดให้ผู้ผลิตทำการผลิตมากขึ้น และผู้บริโภคก็จะอยากซื้อของน้อยลง จนในที่สุดภาวะขาดแคลนก็จะหายไป เมื่อสินค้านั้นล้นตลาด (Supply > Demand) ราคาของสินค้าก็จะลดลง ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตทำการผลิตน้อยลง ส่วนผู้บริโภคก็จะอยากซื้อของมากขึ้น จนในที่สุดภาวะล้นตลาดก็จะหายไป ซึ่งราคาสุดท้ายที่ทำให้เกิดสมดุลระหว่าง Demand และ Supply เราก็จะเรียกว่า Equilibrium Price นั่นเอง เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Demand ให้ลึกซึ้งมากขึ้นกันครับ Demand (อุปสงค์) กฎที่สำคัญก็คือ “เมื่อราคาของสินค้าสูงขึ้น ปริมาณความต้องการสินค้า (และสามารถจ่ายได้จริง) ก็จะลดลง”…