PMI : Plus Minus Interesting

Concept PMI ย่อมาจาก Plus-Minus-Interesting เป็นเครื่องมืออีกอันที่พัฒนาขึ้นมาโดย Edward De Bono มีจุดประสงค์เพื่อให้เราคิดให้กว้างขึ้น และไม่ยึดติดกับความคิดแรกของเราโดยยังไม่ทันพิจารณามุมมองด้านอื่นๆ คนที่คิดว่าตัวเองฉลาด มักจะมั่นใจในความคิดตัวเองมากไปจนไม่ยอมฟังหรือลองพิจารณาความคิดอื่นๆ ดูบ้าง เรียกว่า คนนั้นจะติดกับดักความฉลาด หรือ Intelligence Trap นั่นเอง เหมาะกับสถานการณ์ไหน? ควรใช้ในทุกๆ การตัดสินใจ แต่เหมาะอย่างยิ่งกับการท้าทายคนที่เชื่อมั่นในความคิดในความคิดหนึ่งมากเกินไป ให้ลองคิดด้านอื่นดูบ้าง ใช้เป็นคำพูดชักชวนได้ เช่น “มาลองทำ PMI กับไอเดียนั้นกันเหอะ” รายละเอียด เครื่องมือนี้เหมาะกับการคิดเกี่ยวกับ 3 ประเด็นคือ Plus : ประเด็นด้านบวก หรือ ข้อดี (ทำไมคุณชอบมัน) Minus : ประเด็นด้านลบ…

6 Thinking Hats : หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ

6 Thinking Hats : หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ

Concept เทคนิคนี้เป็นอีกทฤษฎีที่โด่งดังมากๆ นั่นก็คือ เทคนิค Six Thinking Hats (หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ) ซึ่งพัฒนาโดย Edward de bono ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้การคิดเป็นกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลักการของมันก็คือ เป็นการจัดความคิดของทุกคนในกลุ่มให้คิดไปในแนวทางเดียวกันในเวลาเดียวกัน เรียกว่าการคิดแบบขนาน (Parallel Thinking) เพื่อป้องกันการขัดแย้งทางความคิดซึ่งกันและกัน และลดทิฐฏิในความคิดของตนเอง จากนั้นค่อยสั่งให้เปลี่ยนแนวคิดไปอีกแนวหนึ่งพร้อมๆกัน โดยควรที่จะวนจนคิดครบทุกมุมมองเพื่อให้ได้พิจารณาในทุกแง่มุม เหมาะกับสถานการณ์ไหน? ต้องการจะพิจารณาไอเดียซักอันหนึ่งให้ครบทุกมิติ เพื่อให้เกิดแนวคิดที่ดีที่สุด และที่สำคัญยังใช้ทำให้การประชุมเป็นกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย รายละเอียด ทฤษฎีนี้ให้แต่ละมุมมองทางความคิดแทนด้วยหมวกแต่ละสี โดยมีหมวกทั้งหมด 6 สีดังนี้ หมวกขาว – ข้อมูล ข้อเท็จจริง (สีขาว เปรียบกับความบริสุทธิ์ ไม่มีอารมณ์เจือปน) เป็นการคิดโดยยึดจากข้อมูล หรือข้อเท็จจริงเป็นหลัก…

มุ่งมั่นสู่การพัฒนาการคิดและความคิดสร้างสรรค์

หลังจากนั่งคิดไตร่ตรองดู ก็เกิดอาการระลึกได้ว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มามากมาย ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม ป.ตรี และป.โท จนจบมาได้นั้น มันเป็นการเรียนในลักษณะที่เน้นไปทางการท่องจำซะมาก หรือเหมือนว่าจะเกิดความเข้าใจแค่ในตอนนั้น(เพื่อที่จะสอบ) แต่พอผ่านไปซักพัก ก็จะลืมมันไปเกือบหมด … ยกตัวอย่างเช่นวิชาพื้นฐานที่เรียนตอนมัธยมเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แต่ก่อนผมเรียนผ่านไปโดยไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้  อาจเป็นเพราะผมไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าโตขึ้นอยากจะทำอะไร หรือว่าชอบอะไรกันแน่ เลยไม่มีแรงจูงใจในการที่จะทำความเข้าใจในเนื้อหาจริงๆจังๆ แทนที่จะอ่านเพื่อให้สอบได้เฉยๆ เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนโตขึ้น แล้วกลับไปลองดูเนื้อหาพวกนั้น พบว่ามันเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวันถ้าเรามุ่งมั่นในการคิด คิด คิด เกี่ยวกับการนำพวกมันไปใช้จริงๆ โดยเฉพาะถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์ สำหรับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการคิดอย่าง Edward de bono ได้ยืนยันแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ นี่เองเป็นสาเหตุที่ว่า ต่อจากนี้ไป ผมจะค้นหาวิธีและเทคนิคการคิดที่น่าสนใจ…