6 Thinking Hats : หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ

6 Thinking Hats : หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ

Concept เทคนิคนี้เป็นอีกทฤษฎีที่โด่งดังมากๆ นั่นก็คือ เทคนิค Six Thinking Hats (หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ) ซึ่งพัฒนาโดย Edward de bono ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้การคิดเป็นกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลักการของมันก็คือ เป็นการจัดความคิดของทุกคนในกลุ่มให้คิดไปในแนวทางเดียวกันในเวลาเดียวกัน เรียกว่าการคิดแบบขนาน (Parallel Thinking) เพื่อป้องกันการขัดแย้งทางความคิดซึ่งกันและกัน และลดทิฐฏิในความคิดของตนเอง จากนั้นค่อยสั่งให้เปลี่ยนแนวคิดไปอีกแนวหนึ่งพร้อมๆกัน โดยควรที่จะวนจนคิดครบทุกมุมมองเพื่อให้ได้พิจารณาในทุกแง่มุม เหมาะกับสถานการณ์ไหน? ต้องการจะพิจารณาไอเดียซักอันหนึ่งให้ครบทุกมิติ เพื่อให้เกิดแนวคิดที่ดีที่สุด และที่สำคัญยังใช้ทำให้การประชุมเป็นกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย รายละเอียด ทฤษฎีนี้ให้แต่ละมุมมองทางความคิดแทนด้วยหมวกแต่ละสี โดยมีหมวกทั้งหมด 6 สีดังนี้ หมวกขาว – ข้อมูล ข้อเท็จจริง (สีขาว เปรียบกับความบริสุทธิ์ ไม่มีอารมณ์เจือปน) เป็นการคิดโดยยึดจากข้อมูล หรือข้อเท็จจริงเป็นหลัก…

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 3 : เรื่องของสมอง

ถ้าพูดถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้วจะไม่พูดถึงเรื่องของสมองก็คงไม่ได้ ^^ เป็นที่รู้กันดีกว่าสมองมีหน้าที่ในการคิด และก็ได้มีทฤษฎีเกี่ยวกับสมองว่า สมองแต่ละซีกมีหน้าที่ในการคิดที่แตกต่างกัน ก่อนที่จะบอกว่าสมองซีกไหนใช้สำหรับการคิดแบบไหน ผมมีแบบทดสอบเจ๋งๆ จาก Herald Sun ให้ลองเล่นกันดูครับ ดูภาพหญิงสาวข้างบนนี้ว่าเธอกำลังหมุนไปทางไหน ตามเข็มนาฬิกา หรือว่าทวนเข็มนาฬิกา?? คนที่คิดแบบทดสอบนี้บอกว่า ถ้าคุณเห็นว่าเธอหมุนตามเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกขวามากกว่า แต่ถ้าคุณเห็นเธอหมุนทวนเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า (เค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่เห็นแบบนี้) นอกจากนี้เค้าว่าให้ลองพยายามมองเปลี่ยนทิศทางจากที่เคยเห็นให้ได้ตามใจคิดดูด้วย -_-” ป.ล. ผมก็ไม่รู้ว่าเค้าใช้หลักการอะไรในการบอกว่าถ้าหมุนตามเข็มแล้วใช้สมองซีกขวานะครับ  แต่ก่อนผมเคยเล่นนานแล้วเห็นเป็นทวนเข็ม แต่พอมาดูอีกทีตอนนี้กลายเป็นตามเข็มไปแล้ว… แล้วพยายามมองเป็นทวนเข็มไม่ได้ด้วยอ่ะ !! เพื่อนๆ ลองมองแล้วเห็นเป็นแบบไหน แล้วตรงกับตารางข้างล่างหรือไม่ เล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ^^ เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่า สมองแต่ละซีกนั้นใช้สำหรับการทำงานแบบไหน

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 1

เมื่อพูดเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เราก็ต้องเริ่มกันด้วยนิยามกันก่อน ว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ผมกำลังพูดถึงนี้หมายถึงอะไร เพราะความคิดสร้างสรรค์ที่คนเราพูดถึงกันมีอยู่ 2 แบบ คือ ความสามารถในการค้นพบแนวคิด หรือความคิดใหม่ๆ ความสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่ผมจะพูดถึงก็คือแบบแรกครับ โดยในบทความนี้ผมจะมาเกริ่นกันด้วยเทคนิควิธีคิดต่างๆ ที่ช่วยให้เราสามารถคิดอะไรใหม่ๆ ออกมาได้ครับ จากเว็บ http://www.mindtools.com/pages/main/newMN_CT.htm ได้มีการรวบรวมเทคนิคของการคิดสร้างสรรค์ไว้มากมาย ซึ่งหลังจากที่ผมได้อ่านทั้งหมดแล้ว ผมสามารถสรุปแนวคิดหลักๆ ออกมาได้ดังนี้ครับ การคิดอย่างสร้างสรรค์ในหลายๆ เทคนิคในเว็บดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้เทคนิคในการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสิ่งที่เราคิดแทบทั้งนั้น นั่นคือการที่เราใช้กระบวนการคิดแบบปกติ มันจะมีขีดจำกัดอยู่ทำให้คิดต่อไปอีกไม่ได้ (อย่างน้อยก็ช่วงระยะหนึ่ง) การที่จะทำให้เราสามารถคิดอะไรเพิ่มเติมได้นั้น เราต้องมองปัญหาในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิมครับ ตัวอย่างเช่น

มุ่งมั่นสู่การพัฒนาการคิดและความคิดสร้างสรรค์

หลังจากนั่งคิดไตร่ตรองดู ก็เกิดอาการระลึกได้ว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มามากมาย ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม ป.ตรี และป.โท จนจบมาได้นั้น มันเป็นการเรียนในลักษณะที่เน้นไปทางการท่องจำซะมาก หรือเหมือนว่าจะเกิดความเข้าใจแค่ในตอนนั้น(เพื่อที่จะสอบ) แต่พอผ่านไปซักพัก ก็จะลืมมันไปเกือบหมด … ยกตัวอย่างเช่นวิชาพื้นฐานที่เรียนตอนมัธยมเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แต่ก่อนผมเรียนผ่านไปโดยไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้  อาจเป็นเพราะผมไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าโตขึ้นอยากจะทำอะไร หรือว่าชอบอะไรกันแน่ เลยไม่มีแรงจูงใจในการที่จะทำความเข้าใจในเนื้อหาจริงๆจังๆ แทนที่จะอ่านเพื่อให้สอบได้เฉยๆ เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนโตขึ้น แล้วกลับไปลองดูเนื้อหาพวกนั้น พบว่ามันเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวันถ้าเรามุ่งมั่นในการคิด คิด คิด เกี่ยวกับการนำพวกมันไปใช้จริงๆ โดยเฉพาะถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์ สำหรับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการคิดอย่าง Edward de bono ได้ยืนยันแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ นี่เองเป็นสาเหตุที่ว่า ต่อจากนี้ไป ผมจะค้นหาวิธีและเทคนิคการคิดที่น่าสนใจ…