Knowledge Sharing by Sira Ekabut ทบทวน MBA / ความคิดสร้างสรรค์ / ค้นหาตัวเอง

29Jan/120

เชิญร่วมทดสอบโปรแกรมแนะนำอาชีพ GuideMyJob Version 1.0

หัวข้อ         : Career Guide, Excel
ป้ายกำกับ   : , , , , , , , , , , ,

ผมเคยได้บอกว่าจะทำเว็บแนะแนวการศึกษาและอาชีพ เพื่อช่วยแนะแนวอาชีพที่เหมาะกับลักษณะความชอบและความถนัดของแต่ละคนครับ ซึ่งจะทำให้คนเราสามารถทำงานแล้วมีความสุขกับงานที่ทำมากที่สุด (รายละเอียดใน http://www.siraekabut.com/about/ และ http://www.siraekabut.com/category/idea-career-guide/career-guide/)

แต่เนื่องจากเวลามีน้อยเหลือเกิน ผมเลยไม่สามารถทำในรูปแบบเว็บไซต์ได้ทัน เลยขอทำเป็น โปรแกรมแนะแนวอาชีพในรูปแบบไฟล์ Excel แทนไปก่อน

แม้ว่าจะยังไม่ได้ออกมาเป็นไปตามที่คิดไว้ตอนแรก แต่ผมเห็นว่ามัน เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้เพื่อนๆ ได้ลองเล่นกันก่อน เพื่อที่จะได้ Feedback ดีๆ เอากลับมาพัฒนา Version ต่อๆ ไปด้วย

เพราะฉะนั้น ถ้าใครลองเอาไปใช้แล้วคิดว่าควรปรับปรุงอะไรก็เชิญได้เต็มที่เลยนะครับ เพราะถึงผมทำต่อไปเรื่อยๆ คนเดียว มันก็คงไม่สมบูรณ์อยู่ดี เอามาให้เพื่อนๆ ช่วยลอง ช่วย comment ดีกว่าแยะ

หน้าจอในโปรแกรม

ใครอยากเอาไปลองเล่น โหลดได้ที่นี่เลย

Host ที่ mediafire => GuideMyJob-V1.zip
Host ที่ siraekabut.com => GuideMyJob-V1.zip

ป.ล. ฐานข้อมูล ค่า parameter ของอาชีพต่างๆ ผมเอามาจากฐานข้อมูลของต่างประเทศ แล้วมาใส่ Logic การแนะนำอาชีพเอาเอง เพราะงั้น หาก Logic ยังแปลกๆ อยู่ก็ Comment ได้เลย http://www.onetonline.org/
ป.ล.2 มีหลายอาชีพที่ผมยังแปลข้อมูลไม่เสร็จ ใครอยากช่วยกันแปล เชิญติดต่อมาที่ email ส่วนตัวผมได้เลยนะครับ ที่ sira.ekabut[at]gmail.com

แนวคิดของโปรแกรม

อาชีพที่เหมาะกับเรา ควรจะเข้ากับเราได้ทั้งเรื่องของความชอบ และความสามารถ นั่นคือ โปรแกรมนี้จะดู 4 ด้าน
คือ ความสนใจ (Interest), คุณค่าของงาน (Value), ความรู้ (Knowledge) และ ทักษะ (Skill) โดยให้คะแนนแต่ละด้าน แล้วนำมารวมกัน

อาชีพที่ได้คะแนนสูงๆ ก็จะตรงกับใจเรามากกว่าอาชีพที่ได้คะแนนน้อยนั่นเอง (ในโปรแกรมสามารถให้น้ำหนักแต่ละด้านได้)

วิธีการตั้งค่า Excel ให้สามารถใช้ GuideMyJob ได้อย่างเต็มที่

หากต้องการใช้โปรแกรมได้อย่างเต็มที่ ต้องปรับ Macro Security ของ Excel ให้เป็น Medium หรือ Low ก่อนเข้าใช้งาน เพื่อให้ใช้ VBA ได้ (ถ้าหากไม่ทำตามนี้ พวกปุ่มอัตโนมัติจะใช้งานไม่ได้)

Excel 2007 หรือ 2010
============
1. เข้าโปรแกรม Excel (เปิดไฟล์เปล่าๆ ก็ได้)
2. เลือกปุ่มกลมๆ ซ้ายบน แล้วเลือก Excel Option
3. เลือก Trust Center => Trust Center Settings => Macro Settings
4. Enable all macros => Ok
5. ออกจากโปรแกรม Excel (ไม่ต้อง save ก็ได้)

Excel 2003
======
1. เข้าโปรแกรม Excel (เปิดไฟล์เปล่าๆ ก็ได้)
2. เลือกเมนู Tools(เครื่องมือ) => Macro(แมโคร) => Security (ความปลอดภัย)…
3. เลือก “Low (Not Recommend)” (ต่ำ) จากนั้นกด Ok
4. ออกจากโปรแกรม Excel (ไม่ต้อง save ก็ได้)

เมื่อทำตามนี้เสร็จแล้ว ก็เปิด GuideMyJob ได้เลยครับ ^^

25Sep/110

ว่าด้วยเรื่อง Skill Tree หรือ Knowledge Map

หัวข้อ         : Excel, Idea / Career Guide
ป้ายกำกับ   : , , , , , , ,

อะไรคือ Skill Tree??

Skill Tree คือแผนผังของทักษะความรู้ของแต่ละสายอาชีพ ว่าการจะพัฒนาทักษะแต่ละเรื่องแต่ละวิชา ควรจะพัฒนาทักษะพื้นฐานเรื่องอะไรก่อนจนถึงระดับขึ้นไหน จึงจะเหมาะสมในการพัฒนาทักษะขั้นสูงต่อไป (ใครเคยเล่นเกมส์ Ragnarok คงคุ้นเคยกับ Skill Tree เป็นอย่างดี)

(ตัวอย่าง Skill Tree จากอาชีพ Thief และ Assassin ใน Ragnarok)

ผมคิดว่าการเรียนอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราได้เห็นภาพรวมว่า เราควรจะรู้อะไรบ้าง กว่าจะถึงเป้าหมายสุดท้ายของเราคงเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย และผมก็พบว่ามีหลายคนที่นำเอาแนวคิดนี้มาใช้กับการศึกษา เช่น ในเว็บ Khan Academy ก็มี Skill Tree ของวิชาคณิตศาสตร์เช่นกัน ซึ่งเค้าเรียกว่า Knowledge Map ซึ่งจะไล่ไปเลยตั้งแต่การบวกเลขเบื้องต้น ไปจนถึงแคลคูลัสชั้นสูง

(ตัวอย่าง Skill Tree จาก Khan Academy)

Excel Skill Tree

ผมเองก็เลยลองทำ Skill Tree ของวิชา Excel ขึ้นมาบ้าง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่ผมคิดเองเออเองอยู่คนเดียว ถ้าใครคิดว่าควรจะปรับปรุงตรงไหน อยากจะแนะนำ หรือสงสัยตรงไหนก็ถามได้นะครับ

(Skill Tree วิชา Excel ของผมเอง)

Skill Tree ของสายอาชีพต่างๆ

นอกจาก Skill Tree ของ Excel แล้ว ผมว่าวิชาความรู้ของสายอาพชีพอื่นๆ ถ้าทำ Skill Tree อออกมาให้ครบคงดีไม่น้อย ซึ่งในเว็บแนะแนวของผมในอนาคต ผมจะต้องมี Skill Tree พวกนี้ด้วยแน่นอน

แต่ในช่วงนี้ ถ้าใครเรียนอะไรมาจนพอจะเห็นภาพรวมแล้ว ก็ช่วยกันลองวาด Skill Tree ของสายอาชีพตัวเองมาแชร์กันหน่อยคงดีไม่น้อยเลยนะครับ

16Feb/110

แนะนำ GuideMyJob แนะแนวการศึกษา พาไปสู่งานในฝัน (ver. facebook)

หัวข้อ         : Career Guide
ป้ายกำกับ   : , ,
GuideMyJob แนะแนวการศึกษา พาไปสู่งานในฝัน

GuideMyJob แนะแนวการศึกษา พาไปสู่งานในฝัน

ในปลายทางแล้ว ผมจะทำเว็บแนะแนวแบบจริงจังเลย โดยมีเครื่องมือช่วยเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับ ทักษะและบุคลิกของแต่ละคนได้ด้วย แต่ยังไม่มีเวลาทำมาก เลยขอมาเริ่มในโลก Social Network ก่อนละกันนะครับ

ยังไงก็แวะเข้าไปทักทาย/แสดงความเห็นกันได้นะครับ

http://www.facebook.com/GuideMyJob

http://www.twitter.com/guidemyjob

13Jan/111

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ เจาะจุดแข็ง ( Now, Discover Your Strengths)

หัวข้อ         : Career Guide
ป้ายกำกับ   : , , ,

ผมมีโอกาสได้หนังสือชื่อ “เจาะจุดแข็ง” ซึ่งแปลมาจากหนังสือชื่อว่า “Now, Discover Your Strengths” มาอ่านฟรีๆ และเห็นว่ามีประโยชน์เลยจะมาแชร์ประเด็นที่น่าสนใจครับ

หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยการบอกแนวคิดผิดๆ ซึ่งคน โรงเรียนและองค์กรทั่วๆ ไปคิดกัน นั่นก็คือ

  1. เราทุกคนเรียนรู้ในเรื่องใดก็ได้แทบทุกเรื่อง
  2. การพัฒนาที่ดีที่สุดคือทุ่มความสนใจที่จุดอ่อน

หนังสือเล่มนี้กลับเสนอแนวคิดที่ว่า "คนเราควรที่จะมุ่งเน้นพัฒนาจุดแข็งของตัวเองมากกว่าที่จะมัวไปแก้ไขจุดอ่อน" (อย่างไรก็ตาม เราก็ควรจะแก้ไขจุดอ่อนที่คิดว่าแย่มากๆ ด้วย เพื่อไม่ให้ไปขัดขวางการใช้จุดแข็งของเรา) และองค์กรก็ควรจะมุ่งเน้นพัฒนา ใช้คน และตอบแทนคนให้เหมาะกับจุดแข็งหรือลักษณะความชอบของแต่ละคนด้วย ซึ่งจุดแข็งในที่นี้ คือ การปฎิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แทบจะสมบูรณ์แบบอย่างสม่ำเสมอ

จุดแข็ง สร้างมาจาก = ความรู้ (ข้อมูล & ประสบการณ์) + ทักษะ + พรสวรรค์

คนเราควรสร้างจุดแข็งที่ใช้พรสวรรค์หรือความถนัดเฉพาะตัวของเราด้วย เพราะถึงแม้เราอยากจะฝึกฝนทักษะบางอย่าง แต่ถ้ามันไม่ใช่ธรรมชาติของเราแล้ว เราก็อาจจะทำได้ไม่ดีเลิศอยู่ดี (อาจแค่พอใช้งานได้)

โดยที่เราจะสามารถสังเกตสิ่งที่น่าจะเป็นพรสวรรค์ของเราได้ดังนี้

  1. ความปรารถนาอันแรงกล้า (อยากจะทำสิ่งนั้นมากๆ )
  2. การเรียนรู้ได้เร็ว (ทำแล้วไปเร็ว เรียนรู้เร็วกว่าคนอื่น)
  3. ความพึงพอใจ (ทำแล้วมีความสุข)

และในหนังสือก็ยัง List ลักษณะพรสวรรค์เด่นๆ 36 ประการออกมาให้ด้วย เพื่อนๆ

ลองดูได้ว่าอันไหนตรงกับของตนเองบ้าง (ถ้าซื้อหนังสือจะได้รับ Password เข้าไปทำแบบทดสอบที่จะระบุ “พรสวรรค์เด่น 5 ประการ” ของตัวเราในเว็บ strengthsfinder.com ด้วยครับ)

พรสวรรค์ 36 ประการ

  • ผู้สร้างความสำเร็จ Achiever
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้สร้างความสำเร็จจะทำงานหนักและมีพลังอดทนสูง คนเหล่านี้มีความสุขกับการได้ทำสิ่งต่างๆ ตลอดเวลาและสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอ
  • นักริเริ่มทำงาน Activator
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นนักริเริ่มทำงานสามารถที่จะผันความคิดมาเป็นการกระทำเพื่อบันดาลให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น คนเหล่านี้มักจะใจร้อน
  • การปรับตัว Adaptability
    ผู้ที่มีคุณสมบัติของการปรับตัวจะต้องการ "ทำตัวให้สอดคล้องไปกับเหตุการณ์" คนเหล่านี้มักจะมีชีวิตอยู่กับ "ปัจจุบัน" โดยตอบสนองต่อสถานการณ์และค้นพบสิ่งที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวัน
  • ช่างวิเคราะห์ Analytical
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นช่างวิเคราะห์จะค้นหาสาเหตุและพิสูจน์เหตุผล คนเหล่านี้มีความสามารถในการมองเห็นปัจจัยทุกๆ ด้านที่อาจมีผลกระทบต่อสถานการณ์
  • นักจัดการ Arranger
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นนักจัดการมีความสามารถในการจัดการสิ่งต่างๆ ควบคู่ไปกับความสามารถในการปรับเปลี่ยนพลิกแพลง คนเหล่านี้ชอบคิดหาวิธีการที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้ได้มากที่สุด โดยอาศัยทรัพยากรและสิ่งละอันพันละน้อยทั้งหมดที่มีอยู่
  • ความเชื่อ Belief
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความเชื่อจะมีค่านิยมพื้นฐานบางประการที่มั่นคงไม่มีวัน เปลี่ยนแปลง และจะกำหนดเป้าหมายในการดำเนินชีวิตโดยอาศัยค่านิยมเหล่านี้
  • บัญชาการ Command
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการบัญชาการจะชอบปรากฏตัวนำหน้า และสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์พร้อมทั้งทำหน้าที่ตัดสินใจได้อย่างดี
  • การสื่อสาร Communication
    ผู้ที่มีคุณสมบัติของการสื่อสารจะสามารถแสดงความคิดเห็นออกมาเป็นคำพูดได้โดยง่าย คนเหล่านี้เป็นนักสนทนาและพิธีกรที่ดี
  • การแข่งขัน Competition
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการแข่งขันจะวัดความก้าวหน้าของตนกับผลงานของผู้อื่น คนเหล่านี้จะพยายามมาเป็นที่หนึ่งและชอบการแข่งขันสูง
  • ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง Connectedness
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงจะมีความเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งในโลก นี้สัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน และเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล มีเพียงไม่กี่เหตุการณ์เท่านั้นที่เกิดขึ้นเพราะเหตุบังเอิญ
  • การคำนึงถึงสิ่งรอบข้าง Context
    ผู้ที่มีคุณสมบัติของการคำนึงถึงสิ่งรอบข้างจะชอบคิดถึงอดีต และเข้าใจเหตุการณ์ในปัจจุบันโดยศึกษาค้นคว้าถึงประวัติที่มาของมัน
  • ระมัดระวัง Deliberative
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการระมัดระวังจะเอาจริงเอาจังในการตัดสินใจและการเลือก สรรสิ่งต่างๆ คนเหล่านี้จะเตรียมตัวพร้อมเพื่อรับมือกับอุปสรรคอยู่เสมอ
  • นักพัฒนา Developer
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นนักพัฒนาจะมองเห็นและช่วยสร้างเสริมความสามารถที่ซ่อน อยู่ในตัวผู้อื่น คนเหล่านี้จะเล็งเห็นสัญญาณแห่งการเติบโตแม้เพียงเล็กน้อย และพอใจกับความก้าวหน้าเหล่านี้
  • ระเบียบวินัย Discipline
    ผู้ที่มีคุณสมบัติแห่งระเบียบวินัยจะชอบโครงสร้างและภาระงานประจำ ความเป็นระบบระเบียบที่คนเหล่านี้กำหนดขึ้นมาบ่งบอกถึงโลกของพวกเขาได้ดีที่ สุด
  • ความเห็นอกเห็นใจ Empathy
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความเห็นอกเห็นใจจะสามารถรู้สึกได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของ คนอื่นๆ โดยจินตนาการถึงตนเองในสภาพชีวิตหรือสถานการณ์ของผู้อื่น
  • ความยุติธรรม Consistency
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความยุติธรรมจะตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติต่อ ผู้อื่นให้เท่าเทียมกัน และพยายามปฏิบัติต่อทุกคนในโลกอย่างยุติธรรม โดยกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้นมาและดำเนินการตามกฎระเบียบเหล่านั้น
  • เป้าหมายชัดเจน Focus
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการมีเป้าหมายชัดเจนจะสามารถกำหนดแนวทางและดำเนินการ ติดตามจนบรรลุเป้าหมาย และคอยแก้ไขประคับประคองมิให้ออกนอกลู่นอกทาง พวกเขาจะจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำแล้วจึงลงมือ
  • อนาคต Futuristic
    ผู้ที่มีคุณสมบัติแห่งอนาคตจะอาศัยอนาคตและสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเป็นแรงบันดาล ใจ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น
  • ความกลมเกลียว Harmony
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความกลมเกลียวจะมองหามติอันเป็นที่ยอมรับร่วมกัน คนเหล่านี้ไม่ชอบความขัดแย้ง และจะพยายามมองหาความคิดเห็นซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกคน
  • ความคิด Ideation
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความคิดจะสนอกสนใจกับความคิด และสามารถค้นพบความเกี่ยวเนื่องระหว่างปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะแตกต่างกัน
  • ต้อนรับ Includer
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการต้อนรับจะยอมรับผู้อื่น รับทราบถึงความรู้สึกของคนที่มิได้รับเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วม และพยายามนำคนเหล่านั้นเข้ามาร่วมในกลุ่ม
  • ความเป็นปัจเจกบุคคล Individualization
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความเป็นปัจเจกบุคคลจะสนอกสนใจคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ต่างๆ ของแต่ละบุคคล และมีพรสวรรค์ในการคิดหาวิธีการนำผู้คนที่แตกต่างกันมาทำงานร่วมกันได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
  • ป้อนข้อมูล Input
    ผู้ที่มีคุณสมบัติของการป้อนข้อมูลจะกระหายใคร่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา พวกเขามักจะสะสมและจัดเก็บบันทึกข้อมูลทุกชนิด
  • นักคิด Intellection
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นนักคิดจะชอบทำกิจกรรมที่ใช้สมองและความคิด คนเหล่านี้ชอบมองย้อนดูตัวเองและสนุกกับการสนทนาที่ได้ใช้ความคิดและมีสาระ
  • ใฝ่รู้ Learner
    ผู้ที่มีคุณสมบัติของการใฝ่รู้มีความปรารถนาที่แรงกล้าในการเรียนรู้และต้อง การปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา กระบวนการเรียนรู้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่าผลลัพธ์สำหรับคนเหล่านี้ โดยเฉพาะ
  • ความเป็นเลิศ Maximizer
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความเป็นเลิศจะเน้นความสามารถเฉพาะตัวเพื่อผลักดันให้ กลุ่มหรือคนๆ หนึ่งบรรลุถึงความเป็นเลิศเป็นสำคัญ และพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอด
  • มองโลกในแง่ดี Positivity
    ผู้ที่มีคุณสมบัติการมองโลกในแง่ดีจะมีพลังกระตือรือร้นที่ติดต่อไปถึงคน อื่นๆ คนเหล่านี้จะรื่นเริงและสามารถทำให้ผู้อื่นรู้สึกตื่นเต้นไปกับสิ่งที่กำลัง จะทำ
  • สร้างสัมพันธ์ Relator
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการสร้างสัมพันธ์ชอบความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนอื่นๆ และมีความพอใจที่ลึกซึ้งในการทำงานหนักร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อบรรลุถึงเป้าหมาย
  • การมีความรับผิดชอบ Responsibility
    ผู้ที่มีคุณสมบัติการมีความรับผิดชอบมีสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขารับ ปากว่าจะทำ คนเหล่านี้ยึดมั่นในค่านิยมที่มั่นคง เช่น ความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีโดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
  • ปรับปรุงแก้ไข Restorative
    ผู้ที่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงแก้ไขจะมีความชำนาญในการจัดการกับปัญหา คนเหล่านี้สามารถเข้าใจในสิ่งที่ผิดพลาดและแก้ไขให้ถูกต้อง
  • ความเชื่อมั่นในตนเอง Self-Assurance
    ผู้ที่มีคุณสมบัติความเชื่อมั่นในตนเองจะรู้สึกมั่นใจในความสามารถที่จะควบ คุมชีวิตของตนเอง คนเหล่านี้มีเข็มทิศชี้ทางในตัวที่ทำให้มั่นใจถึงความถูกต้องในการตัดสินใจ ของตนเอง
  • ความสำคัญ Significance
    ผู้ที่มีคุณสมบัติแห่งความสำคัญต้องการที่จะให้ผู้อื่นมองเห็นคุณค่าของตนเองอย่างยิ่ง พวกเขารักอิสระและปรารถนาให้ตนเองเป็นที่ยอมรับ
  • เจ้ากลยุทธ์ Strategic
    ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นเจ้ากลยุทธ์จะสร้างสรรค์วิธีการใหม่ในการเดินรุดหน้า เมื่อต้องทำโครงการใดก็ตาม พวกเขาจะสามารถมองเห็นรูปแบบและปัญหาที่เกี่ยวข้องได้ทันที
  • ชนะใจ Woo
    ผู้ที่มีคุณสมบัติการชนะใจจะรักความท้าทายในการพบปะผู้คนใหม่ๆ และทำให้คนเหล่านั้นชอบตน พวกเขามีความสุขในการทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายการติดต่อสัมพันธ์กับผู้ อื่น

นอกจากนี้ยังเสนอว่า เราสามารถนำจุดแข็งของเรามาประยุกต์ในงานได้ ไม่ว่าสายงานนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม แต่เราก็สามารถพลิกแพลงนำจุดแข็งของเราออกมาใช้ให้ได้ โดยอาจจะต้องมีเทคนิคในการจัดการกับจุดอ่อนดังนี้

  1. ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
  2. ออกแบบระบบสนับสนุน
  3. ใช้พรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากลบจุดอ่อน
  4. หาคู่หู
  5. เลิกทำ

ทั้งหมดนี้ เพื่อที่เราจะได้สามารถใช้จุดแข็งของเราในการทำงานให้มากที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ในหนังสือยังแนะนำวิธีบริหารคนที่มีรูปแบบพรสวรรค์ต่างๆ กันด้วย แต่ลองไปหาอ่านกันเองนะครับผม วันนี้ผมขอจบแค่นี้ครับ

12Dec/102

ความคืบหน้าของเว็บแนะแนวของผม [Update1]

หัวข้อ         : Career Guide
ป้ายกำกับ   : , , , , ,

หลังจากที่ได้เกริ่นไว้นานตั้งแต่เริ่มทำ Blog นี้ ว่าผมอยากจะทำเว็บแนะแนวเจ๋งๆ ให้คนไทยได้ใช้กันอย่างฟรีๆ

ตอนนี้ผมมีความคืบหน้ามาฝากนิดหน่อยครับ

  1. จดโดนเมนเนมแล้ว ชื่อว่า GuideMyJob.com (จดไว้เฉยๆ ยังเข้าไม่ได้)
  2. ได้ฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่ครบถ้วนมากๆ มาแล้ว แต่ยังเป็นข้อมูลจากฝรั่ง อาจจะต้องมีการดัดแปลงนิดหน่อย
  3. ลองทำหน้าแสดงรายละเอียดของแต่ละอาชีพคร่าวๆ แล้วจากฐานข้อมูลที่ได้มา ผลออกมาเป็นที่พอใจของผมเองพอสมควรเลยครับ
    ผมมีหน้าตาที่ผมลองทำเล่นๆ มาให้ดูครับ (อันนี้ลองทำใน MS Access ดู เวลาคลิ๊กแต่ละอาชีพแล้ว ค่าๆต่างๆ ที่ด้านขวาก็จะเปลี่ยนไป)
  4. ขั้นต่อไป คือลองเขียน Logic ในการแนะนำอาชีพดู ซึ่งผมคิดไว้คร่าวๆ ดังนี้

ในที่สุดก็ได้เริ่มทำอะไรกับมันบ้างแล้ว รู้สึกดีมากเลยครับ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเวลามากนัก แต่จะพยายามทำให้สำเร็จให้ได้ครับ ^^

ใครสนใจอยากมาช่วยกันทำก็เมลล์มาคุย หรือ จะคุยทาง facebook/twitter ก็ได้นะครับ

7Dec/101

แนะนำเว็บสำหรับคนที่อยากค้นหาตัวเอง

หัวข้อ         : Career Guide
ป้ายกำกับ   : , , , ,

พอดีผมไปเจอเว็บเจ๋งๆ ที่พอจะเป็นต้นแบบที่ดีของเว็บแนะแนวที่ผมกำลังพัฒนาอยู่ได้ ก็เลยนำมาแบ่งปันครับ เผื่อคนที่ภาษาอังกฤษแข็งอยู่แล้ว น่าจะเป็นประโยชน์มากๆ เลย (สำหรับคนที่ภาษาไม่ค่อยแข็งก็ใช้ Google แปลไปก่อน หรือไม่ก็รอเว็บที่ผมทำละกัน รับรองมาต้องเจ๋งไม่แพ้กัน)

http://www.careerpath.com/career-tests/

เว็บนี้มีแบบทดสอบให้เล่นสั้นๆ แล้วบอกได้เลยว่าน่าจะเหมาะกับอาชีพไหน ผมลองแล้วแม่นใช้ได้

http://www.myplan.com/careers/browse-alphabetically.html

เว็บนี้มี List ว่าแต่ละอาชีพมีลักษณะยังไง ต้องการทักษะและความรู้แบบไหน เมาะสำหรับให้คนที่พอจะรู้ละว่าอยากไปทางไหน แต่อยากหาข้อมูลเชิงลึกอีกที

แล้วเว็บแนะแนวของผมล่ะ??

ตอนนี้เองผมก็กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะทำเว็บต้นแบบออกมาให้ได้ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายให้ใหญ่ขึ้น
ตอนนี้จึงคิดว่า อยากจะ List อาชีพที่โดดเด่นที่สุดซัก 30 อาชีพก่อน ใครคิดว่าน่าจะมี Guide ของอาชีพไหนก็แนะนำมาได้นะครับ ^^

17Oct/100

ความสำคัญของการค้นหาตัวเองให้เจอ และทำงานที่ตนเองรัก

หัวข้อ         : Career Guide
ป้ายกำกับ   : , , , , , , ,

ผมได้มีโอกาสอ่านบทความหลายๆ อัน ที่ให้ข้อคิดดีๆ ของการค้นหางานที่ตัวเองรัก ผมก็เลยถือโอกาสนี้มาเล่าสู่กันฟัวงครับ

บทความแรก

เป็นบทความใน Harvard Business Review Blog ผลงานเขียนของ Peter Bregman (คนนี้เขียนสนุกดี) ชื่อว่า Don't Regret Working Too Hard

ผมจะขอสรุปให้ฟังนะครับ ในบทความได้บอกถึงผลสำรวจอันหนึ่ง ซึ่งมีการไปถามคนที่ใกล้จะตายว่า เสียใจกับอะไรมากที่สุด? คำตอบที่เหมือนกันมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งก็คือ "ฉันน่าจะมีความกล้าพอที่จะดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเอง ไม่ใช่แบบที่คนอื่นหวังให้ฉันเป็น" ส่วนอันดับที่สองคือ "ฉันน่าจะไม่ทำงานหนักขนาดนี้" ซึ่งนาย Bregman ได้วิเคราะห์ต่อว่า ถ้าเกิดนำทั้งสองข้อมารวมกัน จะพบว่า จริงๆ แล้วคนไม่ได้เสียใจกับการทำงานหนักซะทีเดียว แต่เสียใจกับการต้องมาทำงานที่ไม่ซื้อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองต่างหาก เพราะถ้าหากเราได้ทำงานที่เรารัก ชีวิตเราก็จะถูกเติมเต็ม เราก็จะไม่ต้องมาถูกหลอกหลอนด้วยความเสียใจนี้ตอนที่ใกล้จะตายอีก

บทความที่สอง

มาจากหนังสือ คู่มือบริหารใจ ของคุณ ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์ (คนเขียน Earn Concept, และคู่มือบริหารเงิน)

ในเล่มนี้มีหลายตอนเลยที่เกี่ยวข้องกับการที่ทำงานในสิ่งที่ตนเองรัก เช่น มีตอนนึงบอกว่า สมองของคนเราจะหลั่งสารโดพามีนออกมาเมื่อเราทำงานสำเร็จ ได้รับคำชม หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งจะหลั่งออกมามากถ้าความสำเร็จนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เคยได้รับมาก่อน และเมื่อเรารับรู้ความสุขของการหลั่งโดพามีนแล้ว สมองก็จะสั่งให้พยายามทำสิ่งสิ่งนั่นอีก เพื่อที่จะได้รับสารโดพามีนอีก ดังนั้น ถ้าหากคนใดเลือกทำงานที่ตนเองรักแล้วละก็ คนคนนั้นก็จะได้รับโดพามีนเป็นรางวัลอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีอีกตอนที่พูดถึงกฎ 10,000 ชั่วโมง ในหนังสือ Outlier ของ Malcolm Gladwell ซึ่งกล่าวไว้ว่า เมื่อคนเราใช้เวลากับสิ่งใดนานถึง 10,000 ชั่วโมงแล้ว เราจะมีความสามารถนั้นๆ ในระดับโลก คุณธนภัทรได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การที่จะทำอะไรได้ถึง 10,000 ชั่วโฒงนั้นจะต้องไม่ได้ทำเพื่อเงินแน่นอน แต่มันควรจะเป็นสิ่งที่เรารักต่างหาก ดังคำที่ว่า "เริ่มต้นในสิ่งที่รัก จบลงที่ความมั่นคั่ง... เริ่มต้นที่เงิน จบลงที่ความว่างเปล่า"

แล้วยังไงต่อ?

การได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรักเป็นสิ่งที่ที่สำคัญมาก อย่าลืมว่าคนเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับงานจริงๆ (อย่างต่ำ 8ชม. ต่อวัน) ดังนั้น การเลือกงานที่ตนเองรักจึงสำคัญสุดๆ และถ้าเราเห็นด้วยกับแนวคิดนี้แล้วล่ะก็ สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ การค้นหาตัวเองว่าตนเองชอบและถนัดอะไร? อะไรที่มีความหมายกับชีวิตเรา? แล้วเราควรจะทำงานอะไร?

คำตอบนั้นเป็นเรื่องของแต่ละคนล้วนๆ ไม่มีใครจะตอบคำถามนี้ได้นอกจากตัวของเราเอง อย่างไรก็ตาม เราสามารถหาตัวช่วยได้มากมาย เช่น การลองทำอะไรใหม่ๆ ที่หลากหลาย เพื่อที่จะดูความรู้สึกของตนเองกับกิจกรรมแต่ละแบบ, การถามคนอื่นว่ารู้สึกว่าเราถนัดอะไรเป็นพิเศษ เพราะบางทีเราอาจไม่รู้ตัว, ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา เช่นแบบทดสอบบุคลิกภาพ แบบทดสอบความถนัดเป็นต้น, หรือจะรอโปรเจคแนะแนวการศึกษาและอาชีพที่ผมตั้งใจจะทำก็ได้นะครับ (แต่คงอีกนาน)

สิ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าหากเราเริ่มค้นหาตัวเองแล้ว ผมมั่นใจว่าเราก็จะต้องเจอคำตอบในที่สุด แต่ถ้าหากรู้ตัวช้า การจะเปลี่ยนไปทำในสิ่งที่ตนเองชอบก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราจะรู้สึกว่าเสียดายต้นทุนทั้งเงินและเวลาในสิ่งที่ร่ำเรียนมา/ทำงานมา และบางทีอาจจะไม่มีความรู้และทักษะเพียงพอ เนื่องจากไม่ได้เรียนมาโดยตรงก็เป็นได้ (บางอาชีพ ไม่ได้เรียนมาโดยตรงก็ทำได้ลำบาก แต่บางอาชีพก็พอจะฝึกเองได้)

ดังนั้นถ้าหากเรายังอยู่ในวัยเรียน เราควรจะเริ่มค้นหาตัวเอง ศึกษาหาข้อมูลของอาชีพที่เราคิดว่าอยากจะทำ/อยากจะเป็น ว่าจริงๆแล้วเค้าต้องทำอะไรกันแน่ ใช่อย่างที่เราคิดจริงหรือไม่ ถ้าใช่ ก็จงตั้งใจเรียนในสายนั้นให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้มีความรู้ไปทำงานในสิ่งนั้นให้ได้ดีและมีความสุขกับมันครับ

แต่ถ้าหากเราอยู่ในวัยทำงานแล้ว ผมก็ชื่อว่ามันมีตำแหน่งงานหรือลักษณะงานที่เราสามารถมีความสุขกับมันได้ ถ้าเรารู้จักว่าตัวเองชอบงานลักษณะไหน เช่น ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบวิเคราะห์ข้อมูล ชอบคิดอะไรใหม่ๆ หรืออาจจะชอบทำอะไรที่เป็นขั้นตอนแน่นอน แล้วจึงค่อยหาทางมุ่งไปยังตำแหน่งงานที่มีลักษณะแบบนั้น ก็น่าจะเป็นทางออกให้เรามีความสุขกับงานได้ครับ

แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ลองดูแล้วไม่น่าจะเปลี่ยนงานได้เลย ผมก็เชื่อว่าแท้จริงแล้ว งานทุกงานก็มีข้อดีของมันอยู่ ขอให้เราหาให้เจอ อย่างน้อยการทำงานมันก็สอนอะไรให้เราได้หลายๆ อย่าง และมีอะไรให้เราเรียนรู้ได้ไม่รู้จบแน่นอน

Page 1 of 212