ประสบการณ์จากการบวช (ภาคจบ)

( ต่อจากตอนที่แล้ว) หลังจากผมพอจะห่มจีวรได้ด้วยความทุลักทุเล ในที่สุดผมก็สามารถออกบิณฑบาตรได้โดยไม่ต้องรบกวนพระรูปอื่นเสียที นั่นทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากครับ หลายๆอย่างเปลี่ยนไป จากที่เคยนอนดึก ตีหนึ่งตีสอง แล้วตื่นเกือบๆ 9 โมง ก็กลายเป็นนอนประมาณสองทุ่ม ตื่นตี 4 ตี 5 มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีเวลามากขึ้น และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นจริงๆ เหตุการณ์ที่ทำให้ผมอึ้งมากๆ อย่างหนึ่งตอนบวชก็คือ การสวดโอวาทปาฏิโมกข์ครับ ซึ่งวัดที่ผมบวชก็จะมีการสวดในวันพระใหญ่ มันเป็นบทสวดที่ยาวมากๆ จนผมไม่นึกว่าจะมีมนุษย์คนไหนจำบทสวดนี้ได้เลยครับ !! พระที่ทำการสวดนั้นท่องบทสวดด้วยเร็วสูงมาก ( ท่านอาจจะสงสารพระใหม่อย่างผม ไม่อยากให้นั่งนานเกินไป)   ขณะที่ผมนั่งฟังอยู่นั้นเอง ผมได้ตระหนักถึงความมหัศจรรย์ของสมองมนุษย์เป็นอย่างยิ่งเลยครับ ว่าจะสามารถจำอะไรได้มากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นภาษาพูดปกติด้วย นั่นเองทำให้ผมรู้ว่า ถ้าหากมนุษย์มีความพยายามจริงๆ แล้ว อะไรก็ทำได้ครับ !! หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมมะหลากหลายเล่มเลยครับ…

ประสบการณ์จากการบวช

(ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ) เมื่อผมได้เป็นพระแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหามากสำหรับพระใหม่อย่างผม ไม่ใช่เรื่องของการอดอาหารเย็น เพราะปกติบางทีผมก็ไม่ได้กินข้าวเย็นอยู่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องของการห่มจีวรครับ !! ถ้าหากผมห่มจีวรไม่ได้ ผมก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลยครับ วันแรกที่ผมบวชกว่าจะมีพระมาสอนห่มก็เป็นเวลากลางคืนแล้วครับ ท่านมาแสดงวิธีห่มให้ดู ผมดูไปก็งงๆ ไปครับ เพราะมันเป็นสิ่งที่ใหม่มากสำหรับผม ( และขอบอกว่ามันเหนื่อยมากๆ สำหรับการห่มครั้งแรกๆ ครับ ) วันนี้ผมก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับการห่มจีวรมาบอกครับ เผื่อจะได้รู้ล่วงหน้ากันไปก่อน น่าจะดีกว่าไปหัดเอาในวัด จะได้เริ่มทำกิจกรรมของสงฆ์ เช่น บิณฑบาตร หรือทำวัตรเช้า-เย็น ได้เร็วยิ่งขึ้นครับ การห่มจีวรนั้นมี 4 แบบคือ ( จาก http://www.dhammadelivery.com/webboard.php?action=show&id=4063) ห่มดอง เป็นการของมหานิกายคือห่มอยู่ในวัด ห่มมังกร เป็นการของมหานิกายห่มนอกวัด ห่มบิดลูกบวบ เฉวียงบ่า เป็นของธรรมยุตนิกาย…

การเตรียมตัวบวช

ผมเป็นคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ผมถูกปลูกฝังมาว่า ชายไทยควรจะบวชทดแทนคุณพ่อแม่ ผมเลยคิดว่าผมจะต้องบวชสักครั้งในชีวิตครับ และหลังจากสึกออกมาแล้ว ผมก็พบว่ามันมีประโยชน์มากจริงๆ และมันได้เปลี่ยนความคิดของผมในการดำเนินชีวิตไปมากพอสมควรเลยครับ (นี่เองที่โบราณเค้าแนะนำให้บวชซักครั้ง มันดีจริงๆ) เมื่อปลายปีที่แล้ว ( พ.ศ. 2552 ) ผมได้มีโอกาส “บรรพชาอุปสมบท” เป็นพระเป็นเวลาสิบกว่าวัน (บรรพชา=บวชเณร, อุปสมบท=บวชพระ ปกติจะต้องบวชเณรก่อนบวชพระ จึงเรียกรวมกันแบบนี้เลย ถ้าไม่เคยบวชเณรมาก่อน) ถึงแม้ว่าผมจะบวชเป็นระยะเวลาไม่นาน แต่ผมก็ความความตั้งใจเต็มที่ในการศึกษาพระธรรมครับ ก่อนอื่นเลย สิ่งที่จะต้องทำสิ่งแรกก็คือการเตรียมตังเพื่อสอบขานนาคครับ ( ก็เหมือนกับการสอบเข้าเป็นพระ โดยการที่จะต้องท่องสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะคำขออุปสมบทให้ได้ก่อน ) การบวชมีอยู่ 2 แนวนั่นคือการบวชแบบ อุกาสะ ( มหานิกาย แบบเดิมที่ท่านใช้มาแต่โบราณ ) และ…