เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 3 : เรื่องของสมอง

ถ้าพูดถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้วจะไม่พูดถึงเรื่องของสมองก็คงไม่ได้ ^^ เป็นที่รู้กันดีกว่าสมองมีหน้าที่ในการคิด และก็ได้มีทฤษฎีเกี่ยวกับสมองว่า สมองแต่ละซีกมีหน้าที่ในการคิดที่แตกต่างกัน ก่อนที่จะบอกว่าสมองซีกไหนใช้สำหรับการคิดแบบไหน ผมมีแบบทดสอบเจ๋งๆ จาก Herald Sun ให้ลองเล่นกันดูครับ ดูภาพหญิงสาวข้างบนนี้ว่าเธอกำลังหมุนไปทางไหน ตามเข็มนาฬิกา หรือว่าทวนเข็มนาฬิกา?? คนที่คิดแบบทดสอบนี้บอกว่า ถ้าคุณเห็นว่าเธอหมุนตามเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกขวามากกว่า แต่ถ้าคุณเห็นเธอหมุนทวนเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า (เค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่เห็นแบบนี้) นอกจากนี้เค้าว่าให้ลองพยายามมองเปลี่ยนทิศทางจากที่เคยเห็นให้ได้ตามใจคิดดูด้วย -_-” ป.ล. ผมก็ไม่รู้ว่าเค้าใช้หลักการอะไรในการบอกว่าถ้าหมุนตามเข็มแล้วใช้สมองซีกขวานะครับ  แต่ก่อนผมเคยเล่นนานแล้วเห็นเป็นทวนเข็ม แต่พอมาดูอีกทีตอนนี้กลายเป็นตามเข็มไปแล้ว… แล้วพยายามมองเป็นทวนเข็มไม่ได้ด้วยอ่ะ !! เพื่อนๆ ลองมองแล้วเห็นเป็นแบบไหน แล้วตรงกับตารางข้างล่างหรือไม่ เล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ^^ เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่า สมองแต่ละซีกนั้นใช้สำหรับการทำงานแบบไหน

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 1

เมื่อพูดเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เราก็ต้องเริ่มกันด้วยนิยามกันก่อน ว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ผมกำลังพูดถึงนี้หมายถึงอะไร เพราะความคิดสร้างสรรค์ที่คนเราพูดถึงกันมีอยู่ 2 แบบ คือ ความสามารถในการค้นพบแนวคิด หรือความคิดใหม่ๆ ความสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่ผมจะพูดถึงก็คือแบบแรกครับ โดยในบทความนี้ผมจะมาเกริ่นกันด้วยเทคนิควิธีคิดต่างๆ ที่ช่วยให้เราสามารถคิดอะไรใหม่ๆ ออกมาได้ครับ จากเว็บ http://www.mindtools.com/pages/main/newMN_CT.htm ได้มีการรวบรวมเทคนิคของการคิดสร้างสรรค์ไว้มากมาย ซึ่งหลังจากที่ผมได้อ่านทั้งหมดแล้ว ผมสามารถสรุปแนวคิดหลักๆ ออกมาได้ดังนี้ครับ การคิดอย่างสร้างสรรค์ในหลายๆ เทคนิคในเว็บดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้เทคนิคในการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสิ่งที่เราคิดแทบทั้งนั้น นั่นคือการที่เราใช้กระบวนการคิดแบบปกติ มันจะมีขีดจำกัดอยู่ทำให้คิดต่อไปอีกไม่ได้ (อย่างน้อยก็ช่วงระยะหนึ่ง) การที่จะทำให้เราสามารถคิดอะไรเพิ่มเติมได้นั้น เราต้องมองปัญหาในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิมครับ ตัวอย่างเช่น

มุ่งมั่นสู่การพัฒนาการคิดและความคิดสร้างสรรค์

หลังจากนั่งคิดไตร่ตรองดู ก็เกิดอาการระลึกได้ว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มามากมาย ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม ป.ตรี และป.โท จนจบมาได้นั้น มันเป็นการเรียนในลักษณะที่เน้นไปทางการท่องจำซะมาก หรือเหมือนว่าจะเกิดความเข้าใจแค่ในตอนนั้น(เพื่อที่จะสอบ) แต่พอผ่านไปซักพัก ก็จะลืมมันไปเกือบหมด … ยกตัวอย่างเช่นวิชาพื้นฐานที่เรียนตอนมัธยมเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แต่ก่อนผมเรียนผ่านไปโดยไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้  อาจเป็นเพราะผมไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าโตขึ้นอยากจะทำอะไร หรือว่าชอบอะไรกันแน่ เลยไม่มีแรงจูงใจในการที่จะทำความเข้าใจในเนื้อหาจริงๆจังๆ แทนที่จะอ่านเพื่อให้สอบได้เฉยๆ เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนโตขึ้น แล้วกลับไปลองดูเนื้อหาพวกนั้น พบว่ามันเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวันถ้าเรามุ่งมั่นในการคิด คิด คิด เกี่ยวกับการนำพวกมันไปใช้จริงๆ โดยเฉพาะถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์ สำหรับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการคิดอย่าง Edward de bono ได้ยืนยันแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ นี่เองเป็นสาเหตุที่ว่า ต่อจากนี้ไป ผมจะค้นหาวิธีและเทคนิคการคิดที่น่าสนใจ…

เป้าหมายเพื่อสังคมไทย

ผมมีเป้าหมายที่จะทำเพื่อสังคมดังต่อไปนี้ครับ จัดตั้งศูนย์หรือ website เพื่อแนะแนวการศึกษาและทางเดินอาชีพ เพื่อที่จะช่วยให้เด็กนักเรียนค้นพบตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งไปทางที่ตนเองถนัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผมเองเป็นคนที่ค้นพบตัวเองช้ามาก ไม่รู้ว่าตนเองชอบหรือสนใจอะไรกันแน่ และผมก็เชื่อว่ามีคนหลายคนเป็นแบบนี้เหมือนผม ผมไม่อยากให้เด็กในอนาคตเป็นแบบนี้อีกครับ อันนี้ผมเคยทำเป็นโปรเจคจบ ป.โท โดยทำ business plan เป็นในเชิงของ website ครับ แต่ยังหาทางนำมาทำจริงไม่ได้เนื่องจากยังขาดผู้ร่วมอุดมการณ์ที่มีความรู้ในหลายๆ แขนง ใครสนใจรายละเอียดก็ลอง email มาคุยกันได้นะครับ

ตัวเลข และ ธรรมชาติ : ความสวยงามอันน่าทึ่ง!!

พอดีท่องเว็บเล่นๆ แล้วเจอครับ เลยเก็บมาฝากกัน ไม่รู้ว่าเคยเห็นรึยัง เป็นความลงตัวและความสวยงามของตัวเลขและธรรมชาติครับ ดูแล้วทึ่งมากๆ !!

Waiting line and Queuing theory ทฤษฎีการเข้าคิว

หวัดดีครับ พอดีผมได้รับ request จากรุ่นน้องคนนึงให้เขียนเกี่ยวกับเรื่อง Simulation, Waiting line และ Queuing ในวันนี้ผมจะขอพูดเรื่อง Waiting Line กับ Queuing ซะก่อนนะครับ Waiting line และ Queuing Theory นั้น เป็นเรื่องที่เราสร้างแบบจำลองที่คณิตศาสตร์ที่เป็นการคาดการเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีคนมาเข้าคิว ถ้าเป็นในเชิงบริหาร เราก็มักจะมีจุดประสงค์ที่ต้องการทำให้ต้นทุนรวมของการเข้าคิวนั้นน้อยที่สุด ซึ่งต้นทุนของการเข้าคิวเกิดจาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ ต้นทุนของค่าบริการ (ถ้าบริการได้ดีและเร็ว ย่อมมีต้นทุนค่าบริการสูง เพราะต้องจ้างคนเก่งๆ หรือมีระบบดีๆ ) + ต้นทุนของลูกค้าที่มาเข้าคิว (นั่นคือ เมื่อลูกค้าหงุดหงิด อาจทำให้บริษัทเสียหายได้) แต่เราจะคำนวณต้นทนได้นั้น…

คลิปสัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี ในรายการ Woody Talk ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง

คลิปสัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี ในรายการ Woody Talk ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ขออนุญาติ เอามาเผยแพร่แนวคิดและเรื่องราวดีๆ ในนี้อีกทีนะครับ part1/5 part2/5 part3/5 part4/5 part5/5 หากดูจบแล้ว อย่าลืมคิดว่า เราจะช่วยประเทศได้ยังไง ในการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ ^^

Page 10 of 17« First...89101112...Last »