Knowledge Sharing by Sira Ekabut ทบทวน MBA / ความคิดสร้างสรรค์ / ค้นหาตัวเอง

27Dec/101

วันนี้ไปทำบุญมาครับ เป็นการทำบุญที่พิเศษมากสำหรับผม

หัวข้อ         : ทำดี, หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   :

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำบุญมาที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในปทุมธานี การทำบุญครั้งนี้มีความพิเศษสำหรับผมมากอย่างนึงเพราะเป็นการทำบุญให้น้องชายฝาแฝดของผมที่ได้เสียชีวิตไปขณะที่คลอดครับ...

เนื่องด้วยในสมัยก่อนการใช้อัลตร้าซาวด์ยังไม่ได้มีแพร่หลาย ทางโรงพยาบาลที่ทำคลอดให้แม่ของผมจึงไม่รู้ว่าแม่ของผมจริงๆ แล้วท้องแฝด จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นคือ ผมเป็นคนเดียวที่มีชีวิตรอด แต่น้องฝาแฝดของผมก็ไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกนี้เลย

ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ ผมและครอบครัวไม่เคยมีโอกาสได้ทำบุญให้ฝาแฝดของผมอย่างจริงจังเลย และก็ไม่ค่อยมีใครได้พูดถึงเค้าด้วย ประกอบกับช่วงหลังๆ นี้ได้มีหลายคนได้ทักผมและคุณยายของผมว่ามีวิญญาณเด็กวนเวียนอยู่ใกล้ๆ (อันนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล) ทำให้รู้ว่าเค้าน้อยใจที่ไม่มีใครนึกถึงเค้าเลย และเค้าก็ไม่สามารถรับผลบุญจากการทำบุญไปให้ได้สะดวก เพราะว่าที่ผมเคยทำบุญอุทิศส่วนกุศลนั้นไม่ได้เจาะจงให้เค้า (เนื่องจากยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยด้วยซ้ำ) ดังนั้นผมจึงของให้คุณยายช่วยให้พระตั้งชื่อให้เค้า และจึงตั้งใจไปทำบุญให้เค้าในวันนี้นี่เอง

หลังจากได้ไปทำบุญ นอกจากจะได้ทำบุญและความอิ่มใจแล้ว ก็ได้รับหลักธรรมกลับมาด้วยเช่นกัน

ต้องอย่าหลังลืมว่า "คนเราตายไปก็เอาทรัพย์สมบัติอะไรไปไม่ได้ ดังนั้นจงอย่าประมาท อย่าลืมสะสมอริยทรัพย์ไว้บ้างนะครับ"

15Jan/100

รวมแหล่งบริจาคช่วยเหลือแผ่นดินไหวประเทศเฮติ

หัวข้อ         : ทำดี
ป้ายกำกับ   : , ,
haiti-earthquake

(ภาพจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haiti_earthquake_damage_overhead.jpg )

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 13 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย (เวลา 16:53:09 วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553 ตามเวลาท้องถิ่น) ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริกเตอร์ ใกล้เมืองหลวงของสาธารณรัฐเฮติ ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 200 ปี ที่เกิดขึ้นในเฮติ ประเทศยากจนในแถบแคริบเบียน แถมยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาอีกหลายครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากมาย

ผมเลยคิดว่าน่าจะรวบรวมวิธีที่เราจะช่วยเหลือ "เพื่อนมนุษย์" ที่เฮติได้ครับ เลือกเอาตามสะดวกเลยครับ ( ขอบคุณ จี๊ดและโมโม่ ที่มาชวนบริจาคใน Facebook นะ )

ผมพบว่า ที่เว็บนี้ มีรวบรวมของช่องทางสำหรับไทยไว้ดีแล้ว ผมจึงไม่รวมให้แล้วนะครับ ไปดูได้เลย

ส่วนตัว ผมกดบริจาค UNICEF ผ่าน Goolge Crisis Response ไปครับ (พอดีมันหักผ่าน Google Checkout ได้สะดวกดี แถมกำหนดจำนวนเงินได้ด้วยครับ)

สำหรับช่องทางต่างประเทศยังมีอีกเยอะเลยครับ ดูได้ที่ CBS News

15Jan/101

เลิกใช้โปรแกรมเถื่อนกันเถอะ

หัวข้อ         : ทำดี
ป้ายกำกับ   : , , ,

รู้หรือไม่ว่าการใช้โปรแกรมเถื่อน ไม่ว่าจะซื้อมา โหลดมา หรือขอเพื่อนมาก็ตาม มันก็เปรียบเสมือนว่าเราได้ทำการ "ขโมย" สินค้า ซึ่งเกิดจากความพยายามอย่างมหาศาลของผู้พัฒนาโปรแกรมมาแล้วนั่นเอง (บาปนะ!!)

เลิกใช้โปรแกรมเถื่อนกันเถอะ  หันมาใช้ของถูกกฎหมายดีกว่า !!

หลายคนคงนึกในใจว่า ก็ของจริงมันแพง คนไทยรายได้น้อยนิดจะมีปัญญาซื้อได้ยังไง
วันนี้ผมมีทางเลือกมาให้ครับ นั่นคือการหันมาใช้โปรแกรมที่เป็น โอเพนซอร์ส (opensource) นั่นเอง

อะไรคือ โอเพนซอร์ส?

การที่จะพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาซักอันนั้น ปกติแล้วโปรแกรมเมอร์จะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาในภาษาที่มนุษย์สามารถอ่านออกก่อน ซึ่งเราจะเรียกว่า "ซอร์สโคด" หลังจากนั้นมันจะถูกแปลงเป็นรหัส 0 และ 1 ซึ่งจะถูกนำไปใช้โดยคอมพิวเตอร์ต่อไป

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส นั้นคือ โปรแกรมที่ซอร์สโค้ดจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ (opensource = เปิดซอร์ส) ซึ่งจะยอมให้ใครก็ได้มาคัดลอก ดัดแปลง และแจกจ่ายซอร์สโค้ดเหล่านั้น โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อะไรเลย

ซึ่งโค้ดพวกนี้จะพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของชุมชนซึ่งมีตั้งแต่โปรแกรมเมอร์ตัวเล็กๆ จนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ นักพัฒนาโปรแกรมเหล่านี้มีความเชื่อว่าแนวความคิดของโอเพนซอร์สที่ยอมให้ใครก็ตามที่สนใจเข้ามาดัดแปลงซอร์สโค้ดนั้นจะทำให้โปแกรมมีประโยชน์และ ปราศจากข้อผิดพลาดในระยะยาว

โปรแกรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และโปรแกรมฟรีเจ๋งๆ

Web Browser --> Internet Explorer --> Firefox, Google Chrome
Documentation --> Microsoft Office --> OpenOffice, Google Docs
Antivirus --> Norton AntiVirus --> AVG Free
Photo Editing --> Adobe PhotoShop --> GIMP
Vector Graphic --> Adobe Illustrator --> Inkscape
Media Player --> Windows Media Player --> VLC Media Player, KMplayer
File archiver --> WinRAR--> 7-Zip
Text Editor --> Notepad --> Notepad ++
Uninstaller --> Windows Uninstaller --> Revo Uninstaller

Mind mapping --> Mindjet --> FreeMind
Email --> Microsoft Outlook --> Thunderbird
3D Creation --> 3D Max, Maya --> Blender
Operating System --> Windows 7 ( อันนี้ผมคิดว่ายังดีมากๆ อยู่ครับ)

15Jan/100

ประสบการณ์จากการบวช (ภาคจบ)

หัวข้อ         : ทำดี
ป้ายกำกับ   : ,

( ต่อจากตอนที่แล้ว)

หลังจากผมพอจะห่มจีวรได้ด้วยความทุลักทุเล ในที่สุดผมก็สามารถออกบิณฑบาตรได้โดยไม่ต้องรบกวนพระรูปอื่นเสียที นั่นทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากครับ หลายๆอย่างเปลี่ยนไป จากที่เคยนอนดึก ตีหนึ่งตีสอง แล้วตื่นเกือบๆ 9 โมง ก็กลายเป็นนอนประมาณสองทุ่ม ตื่นตี 4 ตี 5 มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีเวลามากขึ้น และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นจริงๆ

เหตุการณ์ที่ทำให้ผมอึ้งมากๆ อย่างหนึ่งตอนบวชก็คือ การสวดโอวาทปาฏิโมกข์ครับ ซึ่งวัดที่ผมบวชก็จะมีการสวดในวันพระใหญ่ มันเป็นบทสวดที่ยาวมากๆ จนผมไม่นึกว่าจะมีมนุษย์คนไหนจำบทสวดนี้ได้เลยครับ !! พระที่ทำการสวดนั้นท่องบทสวดด้วยเร็วสูงมาก ( ท่านอาจจะสงสารพระใหม่อย่างผม ไม่อยากให้นั่งนานเกินไป)  

ขณะที่ผมนั่งฟังอยู่นั้นเอง ผมได้ตระหนักถึงความมหัศจรรย์ของสมองมนุษย์เป็นอย่างยิ่งเลยครับ ว่าจะสามารถจำอะไรได้มากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นภาษาพูดปกติด้วย นั่นเองทำให้ผมรู้ว่า

ถ้าหากมนุษย์มีความพยายามจริงๆ แล้ว อะไรก็ทำได้ครับ !!

หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมมะหลากหลายเล่มเลยครับ ทำให้เข้าใจในศาสนาพุทธมากขึ้นเยอะเลย ไว้ตอนต่อๆ ไปผมจะทำการสรุปสิ่งที่ผมเรียนรู้มาให้เพื่อนได้ลองอ่านนะครับ

14Jan/100

ประสบการณ์จากการบวช

หัวข้อ         : ทำดี
ป้ายกำกับ   : , ,

(ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ)
เมื่อผมได้เป็นพระแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหามากสำหรับพระใหม่อย่างผม ไม่ใช่เรื่องของการอดอาหารเย็น เพราะปกติบางทีผมก็ไม่ได้กินข้าวเย็นอยู่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องของการห่มจีวรครับ !!

ถ้าหากผมห่มจีวรไม่ได้ ผมก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลยครับ วันแรกที่ผมบวชกว่าจะมีพระมาสอนห่มก็เป็นเวลากลางคืนแล้วครับ ท่านมาแสดงวิธีห่มให้ดู ผมดูไปก็งงๆ ไปครับ เพราะมันเป็นสิ่งที่ใหม่มากสำหรับผม ( และขอบอกว่ามันเหนื่อยมากๆ สำหรับการห่มครั้งแรกๆ ครับ )

วันนี้ผมก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับการห่มจีวรมาบอกครับ เผื่อจะได้รู้ล่วงหน้ากันไปก่อน น่าจะดีกว่าไปหัดเอาในวัด จะได้เริ่มทำกิจกรรมของสงฆ์ เช่น บิณฑบาตร หรือทำวัตรเช้า-เย็น ได้เร็วยิ่งขึ้นครับ

การห่มจีวรนั้นมี 4 แบบคือ ( จาก http://www.dhammadelivery.com/webboard.php?action=show&id=4063)

  1. ห่มดอง เป็นการของมหานิกายคือห่มอยู่ในวัด
  2. ห่มมังกร เป็นการของมหานิกายห่มนอกวัด
  3. ห่มบิดลูกบวบ เฉวียงบ่า เป็นของธรรมยุตนิกาย ห่มอยู่ในวัด
  4. ห่มบิดลูกบวบคลุม เป็นของธรรมยุตนิกายออกนอกวัด

การห่มจีวรที่ผมห่มจะเป็น 2 แบบหลังครับ คือ การห่มเฉวียงบ่า(อยู่ในวัด - เปิดใหล่ข้างขวา) และการห่มคลุม (ออกนอกวัด - คลุมใหล่ทั้งสองข้าง)

ใน Blog นี้มีวิธีห่มจีวรเขียนอยู่พอสมควรครับ - http://gotoknow.org/blog/tobeamonk/246824

ไว้ถ้าผมมีเวลาจะพยายามวาดรูปประกอบให้ครับ จะได้นึกตามได้ง่ายกว่า

แล้วติดตามต่อตอนต่อไปนะ ครับ

14Jan/104

การเตรียมตัวบวช

หัวข้อ         : ทำดี
ป้ายกำกับ   : ,

ผมเป็นคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ผมถูกปลูกฝังมาว่า ชายไทยควรจะบวชทดแทนคุณพ่อแม่ ผมเลยคิดว่าผมจะต้องบวชสักครั้งในชีวิตครับ และหลังจากสึกออกมาแล้ว ผมก็พบว่ามันมีประโยชน์มากจริงๆ และมันได้เปลี่ยนความคิดของผมในการดำเนินชีวิตไปมากพอสมควรเลยครับ (นี่เองที่โบราณเค้าแนะนำให้บวชซักครั้ง มันดีจริงๆ)

เมื่อปลายปีที่แล้ว ( พ.ศ. 2552 ) ผมได้มีโอกาส "บรรพชาอุปสมบท" เป็นพระเป็นเวลาสิบกว่าวัน (บรรพชา=บวชเณร, อุปสมบท=บวชพระ ปกติจะต้องบวชเณรก่อนบวชพระ จึงเรียกรวมกันแบบนี้เลย ถ้าไม่เคยบวชเณรมาก่อน)

ถึงแม้ว่าผมจะบวชเป็นระยะเวลาไม่นาน แต่ผมก็ความความตั้งใจเต็มที่ในการศึกษาพระธรรมครับ

ก่อนอื่นเลย สิ่งที่จะต้องทำสิ่งแรกก็คือการเตรียมตังเพื่อสอบขานนาคครับ ( ก็เหมือนกับการสอบเข้าเป็นพระ โดยการที่จะต้องท่องสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะคำขออุปสมบทให้ได้ก่อน )

การบวชมีอยู่ 2 แนวนั่นคือการบวชแบบ อุกาสะ ( มหานิกาย แบบเดิมที่ท่านใช้มาแต่โบราณ ) และ บวชแบบเอสาหัง (ธรรมยุติ ย่อขั้นตอน) ของผมเป็นแบบหลังครับ ซึ่งจะง่ายกว่าแบบแรก

การบวชแบบเอสาหัง

 

รับผ้าไตรอุ้มประนมมือแล้วเดินเข้าไปในที่ประชุมสงฆ์ในพิธี (สังฆนิบาต) แล้ววางผ้าไตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌาย์ กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง แล้วอุ้มผ้าไตรประนมมือยืนขึ้นเปล่งวาจาขอบรรพชาว่า

เอสาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ
ละเภยยาหัง ภันเต
ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง
ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

ทุติยัมปาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ
ละเภยยาหัง ภันเต
ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง
ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

ตะติยัมปาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ
ละเภยยาหัง ภันเต
ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง
*ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ

*หมายเหตุ ถ้าบวชเป็นสามเณรให้ละคำว่า ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง ออก

พระอุปัชฌาย์รับเอาผ้าไตรจากผู้บวชวางไว้ตรงหน้าตัก ให้โอวาทและบอก ตะจะปัญจะกะ กัมมัฏฐาน แล้วให้ว่าตามไปทีละบท โดยอนุโลม (ไปข้างหน้า) และปฏิโลม (ทวนกลับ) ดังนี้
เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ (อนุโลม)
ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม)
พระอุปัชฌาย์ชักอังสะออกจากไตรมาสวมให้ผู้บวช แล้วสั่งให้ออกไปครองผ้าครบไตรจีวรตามระเบียบ ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหาพระอาจารย์ รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓ ครั้ง นั่งคุกเข่าเปล่งวาจาขอสรณะและศีลดังนี้

อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ

(พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการให้ผู้บรรพชาว่าตามดังนี้)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า เอวัง วะเทหิ หรือ ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ
ให้รับว่า อามะ ภันเต แล้วท่านจะว่านำสรณคมน์ก็ให้ว่าตามดังนี้

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

พอจบแล้วทางพระอุปัชฌาย์จะบอกว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง ก็ให้รับว่า อามะ ภันเต ต่อจากนั้นก็สมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการโดยว่าตามท่านไปเรื่อยๆ ดังนี้

ปาณาติปาตา เวรมณี
อทินนาทานา เวรมณี
อะพรหมจริยา เวรมณี
มุสาวาทา เวรมณี
สุราเมรยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวรมณี
วิกาละโภชนา เวรมณี
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสนา เวรมณี
มาลาคันธะวิเลปะนะธารณะมัณฑนะวิภูสะนัฏฐานา เวรมณี
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวรมณี
ชาตะรูปะ ระชะตะ ปฏิคคหณา เวรมณี

(และกล่าว ๓ ครั้งว่า)
อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สมาทิยามิ (เสร็จแล้วรับบาตรอุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ในที่ประชุมสงฆ์ วางไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓ ครั้ง นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวดังนี้)
อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ (ตรงนี้ว่า ๓ ครั้ง)

พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า โอปายิกัง ปะฏิรูปัง ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ ให้รับว่า สาธุ ภันเต ทุกครั้งไป

อัชชะตัคเคทานิ เถโร มัยหัง ภาโร อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร (กล่าวตรงนี้ ๓ ครั้ง เสร็จแล้วกราบลง ๓ ครั้ง)

พระอาจาย์จะเอาสายคล้องตัวผู้บวช บอกบาตรและจีวรก็ให้ผู้บวชรับว่า อามะ ภันเต ๔ ครั้งดังนี้
อะยันเต ปัตโต     (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง สังฆาฏิ     (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง อุตตะราสังโค     (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง อันตะระวาสะโก     (รับว่า) อามะ ภันเต
จากนั้นพระอาจารย์ท่านจะบอกให้ออกไปข้างนอกว่า คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ ผู้บวชก็ถอยออกไปยืนอยู่ในที่ที่กำหนดไว้ (ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณทางเข้าโบสถ์) ต่อจากนี้พระอาจารย์จะสวดถามอันตรายิกธรรม ให้รับ นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง และต่อด้วย อามะ ภันเต อีก ๘ ครั้งดังต่อไปนี้

พระจะถามว่า     ผู้บวชกล่าวรับว่า
กุฏฐัง     นัตถิ ภันเต
คัณโฑ     นัตถิ ภันเต
กิลาโส     นัตถิ ภันเต
โสโส     นัตถิ ภันเต
อะปะมาโร     นัตถิ ภันเต
มะนุสโสสิ๊     อามะ ภันเต
ปุริโสสิ๊     อามะ ภันเต
ภุชิสโสสิ๊     อามะ ภันเต
อะนะโณสิ๊     อามะ ภันเต
นะสิ๊ ราชะภะโฏ     อามะ ภันเต
อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ     อามะ ภันเต
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊     อามะ ภันเต
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง     อามะ ภันเต
กินนาโมสิ     อะหัง ภันเต ...*(ชื่อพระใหม่) นามะ
โก นามะ เต อุปัชฌาโย     อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา... *(ชื่อพระอุปัชฌาย์) นามะ
*หมายเหตุ ผู้บวชจะต้องทราบชื่อทางพระที่พระตั้งให้ใหม่ก่อนวันบวชและต้องจำชื่อพระอุปัชฌาย์ให้ได้ด้วย

เสร็จแล้วกลับเข้ามาข้างในที่ประชุมสงฆ์ กราบลงตรงหน้าพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง นั่งคุกเข่าประนมมือเปล่งวาจาขออุปสมบทดังนี้

สังฆัมภันเต อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ

ถ้ากล่าวพร้อมกันให้เปลี่ยนคำว่า ยาจามิ เป็น ยาจามะ และเปลี่ยน มัง เป็น โน
ต่อมาพระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม ผู้บวชก็รับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง และ อามะ ภันเต ๘ ครั้ง บอกชื่อพระใหม่ของตัวเอง และชื่อพระอุปัชฌาย์แบบที่ผ่านมาอย่างละหนึ่งครั้ง เสร็จแล้วก็นั่งฟังพระสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบ พอจบแล้วท่านก็จะเอาบาตรออกจากตัว ให้กราบลง ๓ ครั้ง นั่งพับเพียบฟังพระอุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ไปจนจบ แล้วก็กล่าวรับว่า อามะ ภันเต เสร็จพิธีก็กราบ ๓ ครั้ง ถ้ามีเครื่องไทยทานก็ให้รับไทยทานถวายพระอันดับ เวลากรวดน้ำก็ให้ตั้งใจรำลึกถึงผู้มีพระคุณอุทิศส่วนกุศลแด่ท่าน ขั้นตอนต่อไปก็นั่งฟังพระท่านอนุโมทนาต่อไปจนจบเป็นอันเสร็จพิธี

(เอามาจาก http://www.jariyatam.com/th/ordination )

บอกตามตรงครับ ตอนเห็นสิ่งที่ต้องท่องเป็นครั้งแรก ผมถึงกับอึ้ง เพราะเกิดมา จนเรียนจบโทไม่เคยท่องอะไรยาวแบบนี้มาก่อนเลยครับ !!

แต่พอมาตั้งใจดูอีกที ผมพบว่า หลายส่วนมันมี pattern อยู่พอสมควร ถ้าหากเราเข้าใจ pattern แล้ว การจำจะลดลงไปมากครับ (แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี) สิ่งที่เหลือก็คือความพยายามแล้วล่ะครับ

Tips การท่อง

  • ค้นหา Pattern
  • ผมทำการเตรียมตัวเป็นเวลาสิบกว่าวันได้ ท่องทุกคืนก่อนนอน ท่องให้จำได้ทีละบล๊อก
  • พร้อมกับหา mp3 ที่มีคนท่องให้ฟังมาใส่หูฟังด้วยครับ ( โหลด Mp3 คำขานนาคแบบเอสาหังได้ที่นี่ - อยู่ล่างๆของเว็บนะครับ )

จนในที่สุดผมก็จำได้ครับ !! ( ดีใจโคตรๆ ครับ) ก่อนถึงวันบวชก็ไปซ้อมท่องกับพระจริงๆแก้ประหม่า จากนั้นพอถึงวันบวชจริง มันตื่นเต้นกว่าที่คิดครับ เกือบพลาด ดีที่พระท่านช่วยกระซิบบอกให้นิดหน่อย และในที่สุดผมก็ได้บวชเป็นพระครับ วันนั้นผมเห็นญาติๆ ผู้ใหญ่ของผมมีสีหน้าที่มีความสุขมาก ผมคิดในใจว่า "นี่เองกุศลของการบวชเริ่มขึ้นแล้วครับ"

เอาล่ะครับตอนต่อไปจะเป็นช่วงที่อยู่ในวัดแล้วครับ ติดตามกันด้วยนะครับ

ช่วยกันเผยแพร่สิ่งที่ดีๆนะครับ