Knowledge Sharing by Sira Ekabut ทบทวน MBA / ความคิดสร้างสรรค์ / ค้นหาตัวเอง

27Dec/101

วันนี้ไปทำบุญมาครับ เป็นการทำบุญที่พิเศษมากสำหรับผม

หัวข้อ         : ทำดี, หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   :

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำบุญมาที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในปทุมธานี การทำบุญครั้งนี้มีความพิเศษสำหรับผมมากอย่างนึงเพราะเป็นการทำบุญให้น้องชายฝาแฝดของผมที่ได้เสียชีวิตไปขณะที่คลอดครับ...

เนื่องด้วยในสมัยก่อนการใช้อัลตร้าซาวด์ยังไม่ได้มีแพร่หลาย ทางโรงพยาบาลที่ทำคลอดให้แม่ของผมจึงไม่รู้ว่าแม่ของผมจริงๆ แล้วท้องแฝด จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นคือ ผมเป็นคนเดียวที่มีชีวิตรอด แต่น้องฝาแฝดของผมก็ไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกนี้เลย

ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ ผมและครอบครัวไม่เคยมีโอกาสได้ทำบุญให้ฝาแฝดของผมอย่างจริงจังเลย และก็ไม่ค่อยมีใครได้พูดถึงเค้าด้วย ประกอบกับช่วงหลังๆ นี้ได้มีหลายคนได้ทักผมและคุณยายของผมว่ามีวิญญาณเด็กวนเวียนอยู่ใกล้ๆ (อันนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล) ทำให้รู้ว่าเค้าน้อยใจที่ไม่มีใครนึกถึงเค้าเลย และเค้าก็ไม่สามารถรับผลบุญจากการทำบุญไปให้ได้สะดวก เพราะว่าที่ผมเคยทำบุญอุทิศส่วนกุศลนั้นไม่ได้เจาะจงให้เค้า (เนื่องจากยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยด้วยซ้ำ) ดังนั้นผมจึงของให้คุณยายช่วยให้พระตั้งชื่อให้เค้า และจึงตั้งใจไปทำบุญให้เค้าในวันนี้นี่เอง

หลังจากได้ไปทำบุญ นอกจากจะได้ทำบุญและความอิ่มใจแล้ว ก็ได้รับหลักธรรมกลับมาด้วยเช่นกัน

ต้องอย่าหลังลืมว่า "คนเราตายไปก็เอาทรัพย์สมบัติอะไรไปไม่ได้ ดังนั้นจงอย่าประมาท อย่าลืมสะสมอริยทรัพย์ไว้บ้างนะครับ"

21Nov/100

TED Talks ในดวงใจ

หัวข้อ         : Idea / Creativity, Math, Others, Statistics, หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   : , , , , ,

ในแต่ละปี นักคิดและนักปฏิบัติระดับโลกจะรวมตัวกันในงานประชุมแห่งหนึ่ง มันเป็นงานสัมมนาซึ่งไม่มีงานไหนในโลกที่เสมอเหมือน งานนั้นเรียกว่า TED...

TED คืออะไร

TED คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งมีภารกิจคือ "การเผยแพร่ไอเดีย" ดัง Slogan ที่ว่า Ideas Worth Spreading

มันได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1984 ในรูปแบบของงานประชุมที่รวบรวมคนมาจาก 3 โลก นั่นคือ โลก Technology, Entertainment, Design และจากนั้นเป็นต้นมา ขอบเขตของมันก็กว้างขึ้นไปอีกมากมายนัก

ซึ่งในเว็บไซต์ TED.com ก็ได้มีการรวบรวมการบรรยายและการแสดงเจ๋งๆ เอาไว้ให้คนทั้งโลกดูได้ฟรีๆ พูดไปก็คงไม่เห็นภาพ มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าครับ

TED Talks ในดวงใจ

วันนี้ผมจะขอรวบรวมเอาบรรยายเจ๋งๆ ที่ผมชื่นชอบมาลองให้ดูกันครับ (ไว้จะมาเพิ่มเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในนี้ )

บางอันอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่ผมว่าแนวความคิดของทุกคนนั้นน่าทึ่งมากๆ ครับ

Tips : ใน Video หลายๆ อัน เราสามารถเลือก Subtitle ได้นะครับ (บางอันอาจมี Sub Thai, แต่ผมเชื่อว่า Sub English ก็พอเพียงแล้วครับ)

Sir Ken Robinson: Bring on the learning revolution!

ปัจจุบันนอกจากจะมีวิกฤติการณ์โลกร้อนแล้ว ยังมีวิกฤติเรื่องการใช้พรสวรรค์ของทรัพยากรมนุษย์อีกด้วย !! คนคนนี้คิดเช่นเดียวกับที่ผมคิดเลย (ถ้าจะให้ถูก ผมคิดเหมือนเค้าเลย)

David Gallo shows underwater astonishments

น่าทึ่งจริงๆ กับโลกใต้ทะเลลึกที่น้อยคนจะได้เห็น

Stephen Wolfram: Computing a theory of everything

ใครได้ดู Video อันนี้คงรู้สึกได้ในความเชื่อมั่นที่มีต่อการคำนวณของเขา ซึ่งเชื่อแม้กระทั่งว่า จะพยายามหาวิธีคำนวณความเป็นไปของจักรวาลให้ได้!!

Denis Dutton: A Darwinian theory of beauty

ความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับผู้มองจริงหรือ? คนคนนี้คิดว่าไม่ เพราะเขาเชื่อว่ามันเชื่อมโยงกับทฤษฎีของ Charles Darwin ต่างหาก

Hans Rosling shows the best stats you've ever seen

การอธิบายเรื่องของสถิติในระดับโลกที่ซับซ้อนนั่นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เขาคนนี้ใช้วิธีอธิบายได้น่าสนใจมากๆ

Arthur Benjamin does "Mathemagic"

พูดได้คำเดียวว่า "ทึ่งสุดๆ" กับ เลขมายากล

นอกจาก Video นี้แล้ว ยังมีอีกอันนึงที่ Arthur Benjamin แนะนำว่า การศึกษาด้านคณิตศาสตร์ในปัจจุบันที่มุ่งเนั้นจุดสูงสุดไปที่ Calculus นั้นไม่เหมาะสม เพราะสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าก็คือ การมุ่งเนั้นไปที่ Probability และ Statistics ครับ http://www.ted.com/talks/arthur_benjamin_s_formula_for_changing_math_education.html

Jane McGonigal: Gaming can make a better world

จะดีแค่ไหน ถ้า Gamer ใช้ความมุ่งมั่นและทัศนคติอันแสนพิเศษอย่างที่เค้าใช้เวลาเล่นเกมส์ มาใช้แก้ปัญหากับโลกแห่งความจริงได้

Conrad Wolfram: Teaching kids real math with computers

Math ≠ Calculation แล้วทำไมวิชาเลข เราถึงถูกสอนแต่เรื่อง Calculation ทั้งๆ ที่คอมพิวเตอร์ทำเก่งกว่าเราเยอะ?? เราสอนเลขกันแบบผิดๆ มาตลอด มาดูกันว่าใน Video นี้เค้าจะว่ายังไงบ้างครับ

Pattie Maes and Pranav Mistry demo SixthSense

สุดยอดเทคโนโลยี เหมือนในหนังบางเรื่องเลยล่ะ!!

10May/100

คลิปสัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี ในรายการ Woody Talk ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง

หัวข้อ         : หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   : , ,

คลิปสัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี ในรายการ Woody Talk ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง

ขออนุญาติ เอามาเผยแพร่แนวคิดและเรื่องราวดีๆ ในนี้อีกทีนะครับ

part1/5

part2/5

part3/5

part4/5

part5/5

หากดูจบแล้ว อย่าลืมคิดว่า เราจะช่วยประเทศได้ยังไง ในการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ ^^

16Jan/100

สุดยอดคำคมธรรมมะ

หัวข้อ         : หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   : ,
ในวันนี้ จะเป็นเรื่องของศาสนาอีกแล้วครับ โดยจะเป็นการรวบรวมคำคมทางธรรมมะที่กินใจผมมากๆ ครับ อย่าเพิ่งเบื่อนะครับผม (มันรู้สึกมีความสุขจริงๆ เวลาได้ศึกษาและได้มีส่วนช่วยเผยแพร่อ่ะครับ)
dhamma-quotes

ภาพจาก http://www.sherschoolofwisdom.org/wp-content/uploads/2008/11/enlightenment-2.jpg

อันนี้เป็นพุทธศาสนสุภาษิตครับ

  • "ถ้ามีเวลาที่จะหายใจ ก็มีเวลาปฏิบัติธรรม"
  • "ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี"
  • "ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี"
  • "คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก"
  • "คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบคนพาลก็ฉันนั้น"
  • "ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง"
  • "ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง"
15Jan/107

คำตอบของคำถามที่เคยสงสัยเรื่องธรรมมะ

หัวข้อ         : หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   : ,

ผมได้มีโอกาสได้ศึกษาหนังสือและรายการธรรมมะมาพอสมควร และได้พบกับคำตอบของคำถามที่ผมเคยสงสัยในหลักเกณฑ์ของธรรมมะ และผมก็คิดว่าหลายๆคนอาจจะสงสัยเหมือนกัน เลยลองเอามาแบ่งปันกันครับ

(ข้อมูลข้างล่างนี้ หลายๆอันผมได้รวบรวมมาจากหนังสือและการบรรยายของ ท่าน ว. วชิรเมธี ครับ)

ผมจะสรุปให้สั้นๆ จะได้อ่านกันง่ายๆนะครับ (อาจมีมาเพิ่มเรื่อยๆครับ ลองติดตามได้)

  • กรรม = การกระทำ + เจตนา แปลว่า ถ้าเราทำอะไรโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ถือว่าเป็นกรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่วก็ตาม
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแน่นอน แต่ผลกรรมมีกลายระดับ บางระดับอาจยังต้องรอเวลาอยู่ แต่ผลที่เกิดขึ้นทันทีก็มี เช่น อ่านหนังสือหรือฝึกปฏิบัติ ก็ได้ความรู้ความชำนาญทันที เป็นต้น และ...ผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้อาจจะเป็นผลมาจากกรรมในอดีตก็ได้...
  • การทำความดี สามารถช่วย"เจือจาง"ผลของกรรมชั่วได้ แต่ห้ามการให้ผลโดยสิ้นเชิงไม่ได้
15Jan/100

ศีล สมาธิ ปัญญา

หัวข้อ         : หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   : ,

หลังจากได้อ่านหนังสือธรรมมะหลากหลายเล่ม ผมพอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่จะทำให้เราสามารถพ้นทุกข์ได้ในพุทธศาสนานั้น เราจำเป็นจำต้องทำความดี ละเว้นความชั่วก่อน เป็นขั้นตอนที่จำเป็นมากครับ ไม่อย่างนั้นจิตใจเราจะไม่มีทางผ่องใสได้เลย พระท่านจึงแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ท่านเคยได้ยินอยู่แล้วว่า
"ศีล --> สมาธิ --> ปัญญา"
( หลายคนอาจได้ยินว่า ควรมีปัญญาก่อน จึงจะรักษาศีลได้ ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ผมคิดว่าคำว่า ปัญญา ใน ศีล สมาธิ ปัญญานั้น เป็นปัญญาระดับสูงครับ )

ปัญญามีอยู่ 3 ประเภทครับ

1. ปัญญาที่ได้จากการรับรู้ภายนอก ( ฟัง อ่าน ดู หรืออะไรก็แล้วแต่ล่ะ... นั่นคือ เป็นการใช้ความจำเป็นหลัก )
2. ปัญญาที่ได้จากการคิด ( เป็นการคิดวิเคราะห์ขึ้นมาด้วยตนเอง )
3. ปัญญาที่ได้จากการปฏิบัติ (เป็นการได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติครับ ซึ่งปัญญาแบบนี้ผมเองคิดว่าเป็นระดับที่ลึกซึ้งที่สุดครับ)

นั่นคือเราต้องรักษาศีลก่อน แล้วจึงค่อยฝึกสมาธิ หากเราฝึกสมาธิโดยไม่รักษาศีล จิตใจเราจะไม่มีทางเป็นสมาธิได้เลยครับ และถ้าหากเราต้องการให้เกิดปัญญาระดับสูงในทางพระพุทธศาสนา เราจะต้อง "ปฏิบัติ" สมาธิครับ จะมานั่งคิดไปเองไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนตัวผมเองยังอยู่ในขั้นรักษาศีลให้ได้ และกำลังพยายามฝึกสมาธิอยู่ครับ ใครฝึกสมาธิเก่งแล้วอย่าลืมแชร์กันบ้างนะครับ

15Jan/105

ความดี ความชั่ว คืออะไร?

หัวข้อ         : หลักธรรมมะ
ป้ายกำกับ   : ,

(ต่อจากตอนที่แล้ว)

ตอนที่ผมได้บวชอยู่ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมมะ โดยผมจะเน้นเรื่องของหลักธรรมเป็นหลักครับ

หนังสือเล่มที่ผมได้อ่านแล้วเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ก็คือ "พระพุทธโอวาทและกรรม" ซึ่งคัดมาจาก"พระพุทธศาสนากับคนหนุ่มสาว" โดย พันเอก(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน

สิ่งที่ผมจำได้แม่นคือ ท่านได้เขียนจากพื้นฐานจริงๆครับ หลายๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า แก่นหลักของพระพุทธศาสนานั้น มีอยู่ 3 อย่าง คือ

  1. ทำความดี
  2. ละเว้นความชั่ว
  3. ทำจิตใจให้ผ่องใส

แต่ท่านได้ปูความรู้พื้นฐานจนกระทั่ง "นิยามของคำว่าความดี" เลยครับ!! ผมจะขอยกตัวอย่างนะครับ

ความดี ความชั่วคืออะไร?
สิ่งที่เป็นความดีจะต้องผ่านทั้ง 2 Criteria ครับ ความชั่วก็เป็นสิ่งตรงข้ามครับ
1. คือการกระทำที่ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
2. การกระทำที่ทำให้ตนเองเจริญขึ้น ไม่ทำให้ตนเองเสื่อมลง

เพราะฉะนั้น การที่คนบอกว่า "ไปกินเหล้าเฉยๆ ไม่ได้ไปทำอะไรใคร จ่ายตังเองด้วย ทำไมถึงเป็นความชั่ว?"  นั่นเป็นเพราะว่า การกินเหล้านั้น มันเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนผิดศีลข้ออื่นอีกครับ (ปกติคุณอาจจะไม่ทำผิดศีลข้ออื่น แต่กินเหล้าแล้วคุณอาจเปลี่ยนไปเนื่องจากขาดสติครับ) และถึงแม้จะไม่ทำผิดศีลข้ออื่นเลย แต่การกินเหล้ามันทำให้ร่างกายของคุณเสื่อมลงครับ (หรือคุณจะบอกว่ากินแล้วสุขภาพดี?) นั่นแหละครับ การกินเหล้าถึงจัดว่าเป็นความชั่วครับ!!

ผมคิดว่าเมื่อเรามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแล้ว ว่าอะไรดี อะไรชั่ว มันจะทำให้เราทำความดีได้ถูกต้องมากขึ้นครับ