วันนี้ไปทำบุญมาครับ เป็นการทำบุญที่พิเศษมากสำหรับผม
วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำบุญมาที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในปทุมธานี การทำบุญครั้งนี้มีความพิเศษสำหรับผมมากอย่างนึงเพราะเป็นการทำบุญให้น้องชายฝาแฝดของผมที่ได้เสียชีวิตไปขณะที่คลอดครับ...
เนื่องด้วยในสมัยก่อนการใช้อัลตร้าซาวด์ยังไม่ได้มีแพร่หลาย ทางโรงพยาบาลที่ทำคลอดให้แม่ของผมจึงไม่รู้ว่าแม่ของผมจริงๆ แล้วท้องแฝด จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นคือ ผมเป็นคนเดียวที่มีชีวิตรอด แต่น้องฝาแฝดของผมก็ไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกนี้เลย
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ ผมและครอบครัวไม่เคยมีโอกาสได้ทำบุญให้ฝาแฝดของผมอย่างจริงจังเลย และก็ไม่ค่อยมีใครได้พูดถึงเค้าด้วย ประกอบกับช่วงหลังๆ นี้ได้มีหลายคนได้ทักผมและคุณยายของผมว่ามีวิญญาณเด็กวนเวียนอยู่ใกล้ๆ (อันนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล) ทำให้รู้ว่าเค้าน้อยใจที่ไม่มีใครนึกถึงเค้าเลย และเค้าก็ไม่สามารถรับผลบุญจากการทำบุญไปให้ได้สะดวก เพราะว่าที่ผมเคยทำบุญอุทิศส่วนกุศลนั้นไม่ได้เจาะจงให้เค้า (เนื่องจากยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยด้วยซ้ำ) ดังนั้นผมจึงของให้คุณยายช่วยให้พระตั้งชื่อให้เค้า และจึงตั้งใจไปทำบุญให้เค้าในวันนี้นี่เอง
หลังจากได้ไปทำบุญ นอกจากจะได้ทำบุญและความอิ่มใจแล้ว ก็ได้รับหลักธรรมกลับมาด้วยเช่นกัน
ต้องอย่าหลังลืมว่า "คนเราตายไปก็เอาทรัพย์สมบัติอะไรไปไม่ได้ ดังนั้นจงอย่าประมาท อย่าลืมสะสมอริยทรัพย์ไว้บ้างนะครับ"
TED Talks ในดวงใจ
ป้ายกำกับ : business, idea, presentation, talk, TED, video
ในแต่ละปี นักคิดและนักปฏิบัติระดับโลกจะรวมตัวกันในงานประชุมแห่งหนึ่ง มันเป็นงานสัมมนาซึ่งไม่มีงานไหนในโลกที่เสมอเหมือน งานนั้นเรียกว่า TED...
TED คืออะไร
TED คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งมีภารกิจคือ "การเผยแพร่ไอเดีย" ดัง Slogan ที่ว่า Ideas Worth Spreading
มันได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1984 ในรูปแบบของงานประชุมที่รวบรวมคนมาจาก 3 โลก นั่นคือ โลก Technology, Entertainment, Design และจากนั้นเป็นต้นมา ขอบเขตของมันก็กว้างขึ้นไปอีกมากมายนัก
ซึ่งในเว็บไซต์ TED.com ก็ได้มีการรวบรวมการบรรยายและการแสดงเจ๋งๆ เอาไว้ให้คนทั้งโลกดูได้ฟรีๆ พูดไปก็คงไม่เห็นภาพ มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าครับ
TED Talks ในดวงใจ
วันนี้ผมจะขอรวบรวมเอาบรรยายเจ๋งๆ ที่ผมชื่นชอบมาลองให้ดูกันครับ (ไว้จะมาเพิ่มเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในนี้ )
บางอันอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่ผมว่าแนวความคิดของทุกคนนั้นน่าทึ่งมากๆ ครับ
Tips : ใน Video หลายๆ อัน เราสามารถเลือก Subtitle ได้นะครับ (บางอันอาจมี Sub Thai, แต่ผมเชื่อว่า Sub English ก็พอเพียงแล้วครับ)
Sir Ken Robinson: Bring on the learning revolution!
ปัจจุบันนอกจากจะมีวิกฤติการณ์โลกร้อนแล้ว ยังมีวิกฤติเรื่องการใช้พรสวรรค์ของทรัพยากรมนุษย์อีกด้วย !! คนคนนี้คิดเช่นเดียวกับที่ผมคิดเลย (ถ้าจะให้ถูก ผมคิดเหมือนเค้าเลย)
David Gallo shows underwater astonishments
น่าทึ่งจริงๆ กับโลกใต้ทะเลลึกที่น้อยคนจะได้เห็น
Stephen Wolfram: Computing a theory of everything
ใครได้ดู Video อันนี้คงรู้สึกได้ในความเชื่อมั่นที่มีต่อการคำนวณของเขา ซึ่งเชื่อแม้กระทั่งว่า จะพยายามหาวิธีคำนวณความเป็นไปของจักรวาลให้ได้!!
Denis Dutton: A Darwinian theory of beauty
ความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับผู้มองจริงหรือ? คนคนนี้คิดว่าไม่ เพราะเขาเชื่อว่ามันเชื่อมโยงกับทฤษฎีของ Charles Darwin ต่างหาก
Hans Rosling shows the best stats you've ever seen
การอธิบายเรื่องของสถิติในระดับโลกที่ซับซ้อนนั่นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เขาคนนี้ใช้วิธีอธิบายได้น่าสนใจมากๆ
Arthur Benjamin does "Mathemagic"
พูดได้คำเดียวว่า "ทึ่งสุดๆ" กับ เลขมายากล
นอกจาก Video นี้แล้ว ยังมีอีกอันนึงที่ Arthur Benjamin แนะนำว่า การศึกษาด้านคณิตศาสตร์ในปัจจุบันที่มุ่งเนั้นจุดสูงสุดไปที่ Calculus นั้นไม่เหมาะสม เพราะสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าก็คือ การมุ่งเนั้นไปที่ Probability และ Statistics ครับ http://www.ted.com/talks/arthur_benjamin_s_formula_for_changing_math_education.html
Jane McGonigal: Gaming can make a better world
จะดีแค่ไหน ถ้า Gamer ใช้ความมุ่งมั่นและทัศนคติอันแสนพิเศษอย่างที่เค้าใช้เวลาเล่นเกมส์ มาใช้แก้ปัญหากับโลกแห่งความจริงได้
Conrad Wolfram: Teaching kids real math with computers
Math ≠ Calculation แล้วทำไมวิชาเลข เราถึงถูกสอนแต่เรื่อง Calculation ทั้งๆ ที่คอมพิวเตอร์ทำเก่งกว่าเราเยอะ?? เราสอนเลขกันแบบผิดๆ มาตลอด มาดูกันว่าใน Video นี้เค้าจะว่ายังไงบ้างครับ
Pattie Maes and Pranav Mistry demo SixthSense
สุดยอดเทคโนโลยี เหมือนในหนังบางเรื่องเลยล่ะ!!
คลิปสัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี ในรายการ Woody Talk ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง
คลิปสัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี ในรายการ Woody Talk ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง
ขออนุญาติ เอามาเผยแพร่แนวคิดและเรื่องราวดีๆ ในนี้อีกทีนะครับ
part1/5
part2/5
part3/5
part4/5
part5/5
หากดูจบแล้ว อย่าลืมคิดว่า เราจะช่วยประเทศได้ยังไง ในการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ ^^
สุดยอดคำคมธรรมมะ
ภาพจาก http://www.sherschoolofwisdom.org/wp-content/uploads/2008/11/enlightenment-2.jpg
อันนี้เป็นพุทธศาสนสุภาษิตครับ
- "ถ้ามีเวลาที่จะหายใจ ก็มีเวลาปฏิบัติธรรม"
- "ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี"
- "ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี"
- "คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก"
- "คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบคนพาลก็ฉันนั้น"
- "ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง"
- "ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง"
คำตอบของคำถามที่เคยสงสัยเรื่องธรรมมะ
ผมได้มีโอกาสได้ศึกษาหนังสือและรายการธรรมมะมาพอสมควร และได้พบกับคำตอบของคำถามที่ผมเคยสงสัยในหลักเกณฑ์ของธรรมมะ และผมก็คิดว่าหลายๆคนอาจจะสงสัยเหมือนกัน เลยลองเอามาแบ่งปันกันครับ
(ข้อมูลข้างล่างนี้ หลายๆอันผมได้รวบรวมมาจากหนังสือและการบรรยายของ ท่าน ว. วชิรเมธี ครับ)
ผมจะสรุปให้สั้นๆ จะได้อ่านกันง่ายๆนะครับ (อาจมีมาเพิ่มเรื่อยๆครับ ลองติดตามได้)
- กรรม = การกระทำ + เจตนา แปลว่า ถ้าเราทำอะไรโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ถือว่าเป็นกรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่วก็ตาม
- ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแน่นอน แต่ผลกรรมมีกลายระดับ บางระดับอาจยังต้องรอเวลาอยู่ แต่ผลที่เกิดขึ้นทันทีก็มี เช่น อ่านหนังสือหรือฝึกปฏิบัติ ก็ได้ความรู้ความชำนาญทันที เป็นต้น และ...ผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้อาจจะเป็นผลมาจากกรรมในอดีตก็ได้...
- การทำความดี สามารถช่วย"เจือจาง"ผลของกรรมชั่วได้ แต่ห้ามการให้ผลโดยสิ้นเชิงไม่ได้
ศีล สมาธิ ปัญญา
หลังจากได้อ่านหนังสือธรรมมะหลากหลายเล่ม ผมพอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่จะทำให้เราสามารถพ้นทุกข์ได้ในพุทธศาสนานั้น เราจำเป็นจำต้องทำความดี ละเว้นความชั่วก่อน เป็นขั้นตอนที่จำเป็นมากครับ ไม่อย่างนั้นจิตใจเราจะไม่มีทางผ่องใสได้เลย พระท่านจึงแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ท่านเคยได้ยินอยู่แล้วว่า
"ศีล --> สมาธิ --> ปัญญา"
( หลายคนอาจได้ยินว่า ควรมีปัญญาก่อน จึงจะรักษาศีลได้ ผมก็เห็นด้วยครับ แต่ผมคิดว่าคำว่า ปัญญา ใน ศีล สมาธิ ปัญญานั้น เป็นปัญญาระดับสูงครับ )
ปัญญามีอยู่ 3 ประเภทครับ
1. ปัญญาที่ได้จากการรับรู้ภายนอก ( ฟัง อ่าน ดู หรืออะไรก็แล้วแต่ล่ะ... นั่นคือ เป็นการใช้ความจำเป็นหลัก )
2. ปัญญาที่ได้จากการคิด ( เป็นการคิดวิเคราะห์ขึ้นมาด้วยตนเอง )
3. ปัญญาที่ได้จากการปฏิบัติ (เป็นการได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติครับ ซึ่งปัญญาแบบนี้ผมเองคิดว่าเป็นระดับที่ลึกซึ้งที่สุดครับ)
นั่นคือเราต้องรักษาศีลก่อน แล้วจึงค่อยฝึกสมาธิ หากเราฝึกสมาธิโดยไม่รักษาศีล จิตใจเราจะไม่มีทางเป็นสมาธิได้เลยครับ และถ้าหากเราต้องการให้เกิดปัญญาระดับสูงในทางพระพุทธศาสนา เราจะต้อง "ปฏิบัติ" สมาธิครับ จะมานั่งคิดไปเองไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนตัวผมเองยังอยู่ในขั้นรักษาศีลให้ได้ และกำลังพยายามฝึกสมาธิอยู่ครับ ใครฝึกสมาธิเก่งแล้วอย่าลืมแชร์กันบ้างนะครับ
ความดี ความชั่ว คืออะไร?
(ต่อจากตอนที่แล้ว)
ตอนที่ผมได้บวชอยู่ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมมะ โดยผมจะเน้นเรื่องของหลักธรรมเป็นหลักครับ
หนังสือเล่มที่ผมได้อ่านแล้วเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ก็คือ "พระพุทธโอวาทและกรรม" ซึ่งคัดมาจาก"พระพุทธศาสนากับคนหนุ่มสาว" โดย พันเอก(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน
สิ่งที่ผมจำได้แม่นคือ ท่านได้เขียนจากพื้นฐานจริงๆครับ หลายๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า แก่นหลักของพระพุทธศาสนานั้น มีอยู่ 3 อย่าง คือ
- ทำความดี
- ละเว้นความชั่ว
- ทำจิตใจให้ผ่องใส
แต่ท่านได้ปูความรู้พื้นฐานจนกระทั่ง "นิยามของคำว่าความดี" เลยครับ!! ผมจะขอยกตัวอย่างนะครับ
ความดี ความชั่วคืออะไร?
สิ่งที่เป็นความดีจะต้องผ่านทั้ง 2 Criteria ครับ ความชั่วก็เป็นสิ่งตรงข้ามครับ
1. คือการกระทำที่ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
2. การกระทำที่ทำให้ตนเองเจริญขึ้น ไม่ทำให้ตนเองเสื่อมลง
เพราะฉะนั้น การที่คนบอกว่า "ไปกินเหล้าเฉยๆ ไม่ได้ไปทำอะไรใคร จ่ายตังเองด้วย ทำไมถึงเป็นความชั่ว?" นั่นเป็นเพราะว่า การกินเหล้านั้น มันเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนผิดศีลข้ออื่นอีกครับ (ปกติคุณอาจจะไม่ทำผิดศีลข้ออื่น แต่กินเหล้าแล้วคุณอาจเปลี่ยนไปเนื่องจากขาดสติครับ) และถึงแม้จะไม่ทำผิดศีลข้ออื่นเลย แต่การกินเหล้ามันทำให้ร่างกายของคุณเสื่อมลงครับ (หรือคุณจะบอกว่ากินแล้วสุขภาพดี?) นั่นแหละครับ การกินเหล้าถึงจัดว่าเป็นความชั่วครับ!!
ผมคิดว่าเมื่อเรามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแล้ว ว่าอะไรดี อะไรชั่ว มันจะทำให้เราทำความดีได้ถูกต้องมากขึ้นครับ




