แนะนำหนังสือ เรื่องเล่าจากร่างกาย และ เหตุผลของธรรมชาติ จากมุมมองของคนที่เคยไม่ชอบวิชาชีวะ
วันนี้ผมจะขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เรื่องเล่าจากร่างกาย" และ "เหตุผลของธรรมชาติ" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับร่างกายของเราและธรรมชาติรอบตัวเรา ว่าทำไมมันถึงมีลักษณะการทำงานแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้เขียน นพ. ชัชพล เกียรติขจรธาดา ได้อธิบายที่มาที่ไปได้ดีมากๆ ผ่านแว่นตาวิเศษที่มีชื่อว่า "วิวัฒนาการ" ครับ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า แต่ก่อนผมเองเป็นคนที่ไม่ชอบวิชาชีววิทยาเอาซะเลย สมัยเรียน ม. ปลาย รู้สึกว่ามันเป็นวิชาที่ต้องท่องจำเอาล้วนๆ ทำให้ผมไม่สามารถ link หาเหตุผลที่มาที่ไปของแต่ละเรื่องได้เหมือนกับวิชาสายวิทยาศาสตร์ อื่นๆ อย่าง คณิตศาสตร์ เคมี หรือ ฟิสิกส์ และนั่นคือสาเหตุหลักที่ผมยังขยาดวิชาชีวะจนถึงปัจจุบัน

จนเมื่อมีหนังสือเล่มนึงที่ชื่อ "เรื่องเล่าจากร่างกาย" ออกมา ตอนแรกผมไม่สนใจหนังสือเล่มนี้เลย เพราะมันน่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีววิทยาที่ผมไม่ชอบ แต่ผมก็เริ่มได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และเห็นวางอยู่ตรงส่วนหนังสือขายดีของหลายๆ ร้าน จนเห็นมันพิมพ์ซ้ำถึงครั้งที่ 5 ในเวลาอันรวดเร็ว ผมจึงตัดสินใจซื้อมาอ่านในทันทีทั้ง เล่มแรกที่ขายดีมากๆ คือ "เรื่องเล่าจากร่างกาย" และเล่มที่เป็นภาคต่อของมัน "เหตุผลของธรรมชาติ" และในที่สุดผมก็อ่านมันจบในเวลาอันรวดเร็วเพราะมันเจ๋งมากจริงๆ สมคำร่ำลือ
ทั้งสองเล่มจะสะท้อนแนวคิดเด่นๆ เรื่องวิวัฒนาการออกมา ซึ่งอาศัยกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ (Natural Selection) ที่ผมพอจะสรุปได้ว่า ธรรมชาตินั้นใช้หลักการง่ายๆ คือ ลองปรับเปลี่ยนบางส่วนของสิ่งมีชีวิตไปเรื่อยๆ เป็นเวลาแสนนาน (Trial & Error นับครั้งไม่ถ้วน) แล้วการปรับแบบแผนไหนที่สามารถอยู่รอดจนส่งต่อพันธุกรรมไปให้ลูกหลายได้ แบบแผนนั้นก็จะถูกคัดเลือกเอาไว้ ส่วนไอ้พวกที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ก็จะถูกกำจัดออกไปเอง โดยที่แบบแผนต่างๆ จะพัฒนาต่อกันมาเรื่อยๆ โดยมีการปรับปรุงจากสิ่งที่มีอยู่แล้วทีละเล็กทีละน้อยให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ใช่ออกแบบใหม่ทั้งหมดให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมไปเลย
สิ่งเหล่านี้ถูกร้อยเรียงกันมาให้เห็นถึงที่มาตั้งแต่อดีตกาล จนถึงยุคปัจจุบัน ทำให้เห็นที่มาที่ไปของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในภาพรวม ว่าจริงๆ แล้ว สิ่งมีชีวิตทุกอย่างมีบรรพบุรุษร่วมกัน แต่ได้วิวัฒนาการไปเรื่อยๆ จนพันธุกรรมได้เปลี่ยนไป เหมือนต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขาย่อยออกมาจากต้นตอเดียวกัน (Nested Hierarchy) โดยลักษณะต่างๆ จะแตกแขนงออกไปเป็นลำดับขั้น เช่น ถ้าสัตว์อะไรมีขน มันจะต้องมีกระดูกแกนกลาง ถ้าสัตว์ไหนมีกระดูกแกนกลางก็ต้องมีทิศหัวทิศหาง และถ้ามีทิศหัวทิศหางต้องมีความสมมาตร เป็นต้น

(อันนี้เป็นรูปจาก http://melpor.hubpages.com/hub/Evidence-Of-Evolution-In-The-Human-Body ส่วนในหนังสือจะเป็นภาพขาวดำ)
สิ่งนี้เป็นหลักการง่ายๆ แต่สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง เช่น ทำไมโครงสร้างพื้นฐานของแขนขาคน ขาสัตว์ ปีกนก ครีบปลาวาฬ จึงเหมือนกัน? ทำไมเราจึงชอบคนหล่อคนสวย? ทำไมผู้ชายถึงเจ้าชู้? ทำไมอัณฑะของคนถึงใหญ่กว่าลิงกอริลล่าแต่เล็กกว่าของลิงชิมแปนซี? การเดินสองขาได้ทำให้เราฉลาดขึ้นได้ยังไง? และคำถามอีกมากมายที่น่าสนใจ
ส่วนในเล่มที่สอง ก็จะเป็นการต่อยอดจากเล่มแรกครับ มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น ทำไมไฟฉายย่อส่วนของโดราเอมอน กับอุลตร้าแมนขยายร่างจึงเป็นไปไม่ได้?? โดยใช้หลักการของการรับน้ำหนักของขา เป็นต้น
ผมขอแนะนำว่า คุณควรจะลองอ่านหนังสือทั้งสองเล่มนี้ครับ มันได้เปลี่ยนมุมมองของผมที่มีต่อธรรมชาติไปแล้ว และผมก็คิดว่ามันอาจจะเปลี่ยนมุมมองของคุณเช่นกัน
หนังสือดีๆ ที่อยากแนะนำ Introducing Economics : A Graphic Guide
เมื่อวานผมได้มีโอกาสไปเดิน Kinokuniya นานกว่าปกติ (เนื่องจากภรรยาผมไปทำ treatment หน้าอยู่) ตอนแรกว่าจะหาหนังสือเกี่ยวกับ Banking เพื่อเพิ่มความรู้ด้านการธนาคารให้มากขึ้น เพราะผมไม่ได้เรียนด้านนี้มาเลย เดินไปเดินมา ก็ไม่เจอเล่มที่ถูกใจซะที...
จนในที่สุดไปสะดุดตากับหนังสือเล่มเล็กๆ อันนึงคือ หนังสือในซีรีส์ Graphic Guide ของ Introducing Book ที่มีชื่อว่า Introducing Economics : A Graphic Guide

Introducing Economics : A Graphic Guide
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ มีการเล่าเนื้อหาความเป็นมาของทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในรูปแบบของการมีภาพประกอบเป็นภาพกราฟิกการ์ตูน ซึ่งทำให้เราอ่านแนวความคิดที่ซับซ้อนได้โดยง่าย เห็นภาพรวม และอ่านจบอย่างรวดเร็ว!! (ผมอ่านแปปเดียวก็จบแล้ว)
โดยในเล่มนี้มีการอธิบายความเป็นมาตั้งแต่สมัยแนวคิดของปีทาโกรัสที่ว่าทุกอย่างในจักรวาลสามารถอธิบายได้ด้วยตัวเลข เรื่อยมาจนมีการพัฒนาทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ต่างๆ มากมาย ที่ใช้ตัวเลขและสูตรต่างๆมาอธิบาย จนสุดท้ายมาถึงแนวคิดยุคหลังที่ต้องคำนึงถึงความคิดที่ซับซ้อนของมนุษย์ที่เอาเข้าจริงอาจไม่มีเหตุผลอย่างที่คิดเข้าไปในโมเดลด้วย


ซึ่งการอธิบายตามประวัติศาสตร์แบบนี้จะทำให้เราเกิดความเข้าใจได้ว่า ที่มาที่ไปของแนวความคิดแต่ละอันมาได้อย่างไร และมีปัจจัยสนับสนุนมาจากไหน (ในเล่มนี้ทำให้ผมเห็นความสัมพันธ์ของวิชาฟิสิกส์และวิชาเศรษฐศาสตร์ได้!!)
ผมเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยเปิดมุมมองหลายๆ อย่างให้เพื่อนๆ ได้ไม่มากก็น้อย ใครมีเวลาก็ลองไปเปิดอ่านเล่นใน Kinokuniya สาขาพารากอนก่อนได้ (อยู่หมวด Economics ของหนังสือภาษาอังกฤษ)
(Tips: ใน Series นี้ เท่าที่ผมรู้ มีแปลไทยแค่เล่มเดียวคือ Introducing Stephen Hawking ทำไมไม่มีคนแปลเรื่องอื่นนะ มันเจ๋งมากเลยจริงๆ)
ป.ล. หลังจากตัดสินใจเอาเล่มนี้แล้วก็ไปเจอะหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีเกมที่น่าสนใจอีกเล่มนึง ชื่อว่า The Art of Strategy ก็เลยสอยมาด้วยเลย ไว้อ่านจบแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีครับ
แนะนำเว็บแจกเอกสาร pdf ติว คณิต ม.ปลาย ที่เขียนได้ดีมากๆ
เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนผมได้ไปเจอเว็บไซต์ที่แจกเอกสาร pdf ที่ใช้ติว คณิต ม.ปลาย ที่เขียนได้ดีมากๆ เลยอยากจะมาเชิญชวนเข้าไปเยี่ยมชมครับ
เว็บที่ผมกำลังแนะนำนี้เป็นของคุณ คณิต มงคลพิทักษ์สุข เค้าได้ทำเอกสารแจกฟรีที่มีทั้งสรุปเนื้อหา แบบฝึกหัดแต่ละบท และรวมข้อสอบเก่าไว้ด้วย น้องๆที่เรียน ม.ปลายก็สามารถอ่านทำความเข้าใจได้ ส่วนคนที่เรียนจบแล้วอย่างผมก็ลองโหลดมาอ่านทบทวนความรู้ได้ด้วยในเวลาอัน สั้น เจ๋งมากๆ ครับ
http://math.kanuay.com/index.php
- เอกสาร Math E-Book (คณิตศาสตร์ ม.ปลาย), Math E-Book ฉบับเข้มข้น, O-Net สนทนา ในส่วนเนื้อหา ตัวอย่าง และเฉลย เป็นผลงาน เรียบเรียง ของ คณิต มงคลพิทักษ์สุข
- ได้รับการคุ้มครองจาก พรบ. ลิขสิทธิ์ ทั้งเอกสารรุ่นล่าสุดและรุ่นเดิม ที่เคยเผยแพร่ทั้งหมด
- ทำการเผยแพร่เพื่อให้ใช้อ่านส่วนบุคคลเท่านั้น และไม่อนุญาตให้นำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงส่วนใดทั้งสิ้น
- หากผู้ใดต้องการเผยแพร่ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของผลงานนี้เพื่อการ อื่น กรุณาแจ้งให้พิจารณาและยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
สรุปไอเดียเจ๋งๆ จากหนังสือ The Armchair Economist (part 1)
ผมได้ซื้อหนังสือชื่อว่า The Armchair Economist มาจาก Amazon ครับ และได้พบว่ามีไอเดียที่น่าสนใจมากมาย เลยเอามาแบ่งปันกัน ( ผมยังอ่านไม่จบนะครับ แต่จะเอามาเติมเรื่อยๆ เมื่ออ่านผ่านไปแต่ละบทนะครับ)
Part I What life is all about
ตอนที่ 1 : พลังของสิ่งจูงใจ
- เกือบทุกอย่างของวิชาเศรษฐศาสตร์สามารถสรุปได้ออกมาว่า "คนเราตอบสนองต่อสิ่งจูงใจ" ดังนั้นสิ่งจูงใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
- การที่มีกฎหมายบังคับให้ใช้เข็มขัดนิรภัย ทำให้ความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุลดลง => แต่มันก็ส่งผลให้คนเราขับรถประมาทยิ่งขึ้นเพราะคิดว่าตนเองปลอดภัย => สรุปแล้ว จากการสำรวจพบว่า จำนวนคนที่ตายจากอุติเหตุก็ไม่ได้ลดลงเพราะกฎหมายนี้เลย ( แต่คนเดินถนนอาจจะตายมากขึ้น เพราะคนเดินถนนไม่ได้มีอุปกรณ์ช่วยเซฟเลย)
- ถ้ายังสงสัยถึงเหตุผลดังกล่าวก็ให้ลองคิดกลับกันว่า ถ้าการขับรถมันอันตรายมากๆ คุณก็จะขับระวังขึ้นนั่นเอง
- เช่นเดียวกันกับกรณีอื่นๆ การที่มีเทคนิคการคุมกำเนิดที่ดีขึ้นก็อาจจะไม่ทำให้จำนวนการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ลดลงได้ (เพราะคนก็จะมี xxx มากขึ้นไปด้วยนั่นเอง) หรือบุหรี่แบบอ่อนๆ ก็อาจทำให้คนเป็นมะเร็งปอดได้มากเช่นกัน (เพราะเค้าก็จะสูบมากขึ้น)
Review หนังสือ : หมื่นตา ธรรมมะ “หมื่นรู้ มิสู้ ปล่อยวาง”
วันนี้เดินไปร้านหนังสือแล้วสะดุดตากับหนังสือเล่มนึงมา พอพลิกอ่านข้างในแล้วก็ดูน่าสนใจดีเลยซื้อกลับมานั่งอ่านที่บ้านครับ
หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า หมื่นตา ธรรมมะ "หมื่นรู้ มิสู้ ปล่อยวาง" โดย กะว่าก๋า
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับหลักธรรมมะซึ่งใช้การนำเสนอในรูปแบบการ์ตูนกึ่งภาพประกอบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจในหลักธรรมมะได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ ใครอยากศึกษาธรรมมะแต่ไม่ชอบอ่านหนังสือแบบที่ตัวหนังสือเยอะๆ ผมก็แนะนำเล่มนี้เลยครับ
ตัวละครในเรื่องนี้ที่ชื่อว่า "หมื่นตา" เริ่มต้นจากการเป็นคนที่เรียนเก่งและคิดว่าตนมีความรู้มาก แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไป เขาก็พบว่าแท้จริงแล้วเขาไม่รู้อะไรเลย จากนั้นเขาจึงได้เรียนรู้หลักธรรมมากขึ้น จนมีความเข้าใจในตนเอง ธรรมมะ และคำตอบของคำถามที่เขาเคยสงสัยอยากรู้มากมายครับ
ตัวอย่างสารบัญ
- The One (หมื่นตากับคุณตาไร้ตา)
- Observe Religious Precepts (หมื่นตากับการบวชจิต)
- God the Opener (หมื่นตากับความหมายของธรรมะ)
- You Life is Empty (หมื่นตากับคำสอน ชั่ง-มัน-เถิด)
- Dharma (หมื่นตากับศาสนาที่แท้จริง)
- Intellectual (หมื่นตากับความหมายของการศึกษาที่แท้จริง)
- In Every Moment (หมื่นตากับสมาธิ)
- Talk to the Teacher (หมื่นตากับจิตแห่งคุณธรรม)
- Sympathy (หมื่นตากับการทำบุญและสร้างกุศล)
- Life Burn of Fear Become Ugly Superstition (หมื่นตากับอิสระภาพที่แท้จริงในใจตน)
- ฯลฯ (มีทั้งหมด 19 ตอนครับ)
ใครสนใจเป็นเจ้าของก็เชิญที่นี่ครับ http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?No=9786169050209
แต่ถ้าใครคิดว่าอยากลองอ่านเนื้อหาดูก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ก็เชิญที่บล็อกของผู้เขียนได้เลยครับ
http://kawaka.bloggang.com (จริงๆ แล้วในบล็อกมีเนื้อหานอกเหนือจากในหนังสือด้วยนะครับ)
Review หนังสือ : คู่มือบริหารเงิน
ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือครับ เลยชอบแวะเข้าร้านหนังสือเป็นประจำ วันนี้ก็เลยสอยหนังสือมาหลายเล่มเลย
หนึ่งในนั้นคือเรื่อง "คู่มือบริหารเงิน บริหารเงินอย่างไร ให้รวยอย่างยั่งยืน" โดย ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์ ซึ่งเป็นหนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องหลักการบริหารเงิน (แหงล่ะ) แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความโดดเด่น (นอกจากเอิร์นผู้น่ารักในหน้าปกแล้ว) ก็คือ หนังสือ เล่มนี้มีการเขียนการ์ตูนประกอบเป็นระยะๆ ทำให้อ่านแล้วไม่เบื่อครับ ผมอ่านรวดเดียวจบได้ในเวลาอันสั้น และได้แง่คิดดีๆ หลายเรื่องเลย ราคาก็ไม่แพง แค่ 145 บาทเท่านั้นเองครับ
เนื้อหาหลักๆ จะถูกนำเสนอผ่านตัวละครสาวที่ชื่อว่า "เอิร์น" ผู้ที่อยากจะเรียนรู้วิธีการบริหารเงิน โดยมีโค้ชส่วนตัวคือ ชายหนุ่มนามว่า "อันดา" ครับ
โดยเนื้อหาจะถูกแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้ครับ (ข้างหลังคือตัวอย่างเรื่องย่อยๆ ในหมวดนั้น ทั้งเล่มจริงๆ มีทั้งหมด 47 หัวข้อครับ)
- เตรียมใจ - จะมีชีวิตการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างไร?, ถ้าไม่อยากลำบากตอนบั้นปลายชีวิต
- หา - คุณเหมาะกับรายได้แบบไหน?, ถ้าอยากจนไปตลอดก็ให้ตั้งเป้าไปที่เงิน เงิน และเงิน
- ออม - การออมเป็นเรื่องของการวางแผน, โค้ช สำหรับผู้ที่อยากออมแต่ไร้วินัย
- จ่าย - การจ่ายเป็นเรื่องของสติ, นี่คือรายจ่ายหรือการลงทุนกันแน่
- ลงทุน - หลักการทั่วไปของการลงทุน, อิสระภาพทางการเงินอยู่ที่ไหน
ใครสนใจเป็นเจ้าของก็เชิญที่นี่ได้ครับ http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?No=9789742359874
ใครสนใจเว็บของผู้จัดทำ หรืออยากลองดูผลงานอื่นๆ ก็เชิญที่นี่ครับ http://www.earnconcept.com/
Non-Designer’s Design Book หนังสือการออกแบบสำหรับคนที่ไม่ใช่นักออกแบบ
เมื่อหลายวันก่อนผมได้มีโอกาสสั่งหนังสือและแผ่นหนังแบบ Blu-ray จาก Amazon.com ซึ่งเป็นเว็บที่ผมสั่งของมาเป็นประจำเพราะมันถูกกว่าเมืองไทยมากครับ...
หนึ่งในนั้นมีหนังสือเล่มนึงที่มีชื่อว่า Non-Designer's Design Book, The (3rd Edition) ซึ่งเป็นหนังสือที่ ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบมาก่อน ให้สามารถออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันหรือชีวิตการทำงาน เช่น เอกสารงาน รายงาน การ์ดอวยพร โบรชัวร์ โปสเตอร์ ได้ดีขึ้น
เมื่อโฆษณาสรรพคุณมาซะขนาดนี้ผมเลยลองสั่งซื้อมาอ่านครับ และ พบว่ามันเขียนในสไตล์ที่อ่านเข้าใจง่ายมาก และมีหลักการใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่ข้อ ในการที่จะช่วยให้เราออกแบบได้ดีขึ้น หลังจากอ่านจบและลองนำมาใช้ ผลงานผมก็ดูดีขึ้นมาเลยล่ะครับ!!
ผมก็เลยอยากจะนำหลักการในเล่มนี้มาแชร์ให้ลองได้อ่านกันครับ
หลักการที่พูดถึงในเล่มนี้มีอยู่ 4 ข้อด้วยกันครับ นั่นคือ
- Proximity = การจัดสิ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันให้อยู่ด้วยกัน และจัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้อยู่ห่างกัน
- Alignment = การจัดวางตำแหน่งต้องวางแบบมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวัตถุอื่นๆ ในหน้านั้นด้วย เช่น อยู่แนวเส้นขอบเดียวกัน
- Repetition = การใช้องค์ประกอบซ้ำๆ กันเพื่อดึงสายตาให้ย้อนกลับไปยังวัตถุให้คล้ายกัน
- Contrast = การใส่องค์ประกอบที่มีความขัดแย้ง (อย่างมาก) กับวัตถุอันอื่น เพื่อเน้นความสำคัญของสิ่งนั้นให้เด่นชัด
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของการเลือกใช้สี และการเลือกใช้ฟอนต์ครับ ใครอยากอ่านฉบับเต็มก็ลองไปสั่งซื้อที่ Amazon.comดูได้นะครับ
ใครลองอ่านเล่มนี้แล้วให้กี่ดาวก็เชิญเลยครับ (ผมให้ 4/5ครับ)






