Work Motivation แรงจูงใจในการทำงาน
Motivation หรือแรงจูงใจ นั้นมีความสำคัญมากต่อผลงานในการทำงาน ดังจะเห็นได้จากสมการดังต่อไปนี้
Performance =ƒ ( Ability x Motivation )
นั่นหมายถึง ผลงานจะออกมาดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างน้อย 2 อย่าง (นอกจากสิ่งแวดล้อม) นั่นก็คือ ความสามารถ และ แรงจูงใจ ...หากคนเรามีความสามารถแต่ขาดแรงจูงใจ ก็ไม่อาจสร้างผลงานที่ดีได้
ทฤษฎีเกี่ยวกับแรงจูงใจ
Maslow's Need Hierarchy Theory (ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ)
ทฤษฎีที่เป็นที่นิยมมากอันหนึ่งก็คือ เจ้าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของคุณมาสโลว์นี้เอง ซึ่งเค้าได้กล่าวไว้ว่า คนเรามีแรงจูงใจที่จะตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงเป็นลำดับขั้น โดยที่จะต้องตอบสนองความต้องการจากขั้นต่ำไปสูง โดยเราสามารถเรียงได้ดังนี้
- Physiological Needs =ความต้องการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่รอด เช่น น้ำ อาหาร อากาศ ที่อยู่อาศัย
- Safety Needs = ความต้องการที่่จะมีความปลอดภัยและมีความมั่นคง
- Social and Belongingness Needs = ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ทั้งมิตรภาพจากเพื่อน และ ความรัก
- Esteem Needs = ความรู้สึกว่าตนเองมีค่า มีความเคารพตนเอง รวมถึงการได้รัยความเคารพนับถือจากผู้อื่นด้วย
- Self-Actualization Needs = ความปรารถนาที่จะเติมเต็มความสามารถของตนเองให้เต็มที่ ใช้ความสามารถและทักษะทั้งหมดที่มีอยู่
มาสโลว์บอกไว้ว่า ความต้องการแต่ละขั้นนั้นจะมีความโดดเด่นกว่าความต้องการขั้นที่สูงกว่าตนเองจนกว่ามันจะถูกตอบสนอง และเมื่อมันได้การตอบสนองแล้ว มันก็จะไม่ส่งผลต่อการจูงใจอีกต่อไป นั่นคือ ความต้องการจะย้ายไปขั้นที่สูงกว่านั่นเอง
Personality, Attitudes, and Value บุคลิกภาพ ทัศนคติ และค่านิยม
Personality หรือ บุคลลิกภาพใน OB นั้น เป็นลักษณะส่วนรวมของบุคคล ซึ่งจะแสดงออกมาทางพฤติกรรมในสถานการณ์ต่างๆ อาจเรียกอีกอย่างนึงว่า Trait (ลักษณะเฉพาะ,อุปนิสัย)
บุคลิกภาพนั้นพัฒนาขึ้นมาจาก 2 ปัจจัย คือ
- การสืบทอดทางพันธุกรรม (การวิจัยบางอันบอกว่าส่งผลประมาณ 50% )
- สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู และสิ่งที่เราจะต้องเผชิญมาตลอดช่วงชีวิตเรานั้นส่งผลต่อบุคลิกภาพทั้งสิ้น
แต่การที่เราจะสามารถเข้าใจบุคลิกภาพของคนอื่นซึ่งมีมากมายและแสนจะซับซ้อนนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพจึงได้มีการคิดค้นกลุ่มของอุปนิสัยเด่นๆ ขึ้นมา 5 ตัว และให้ชื่อว่า The Big Five Personality Traits ซึ่งประกอบไปด้วยอุปนิสัยดังต่อไปนี้
- Extraversion = อุปนิสัยที่ชอบเข้าสังคม ชอบแสดงออก และมีพลังงานเพิ่มขึ้นจากการได้อยู่ใกล้ๆ กับผู้อื่น (คนที่มีลักษณะแบบนี้จะทำผลงานได้ดีในอาชีพพวก Sales และ Management) ซึ่งตรงข้ามกับ Introversion ซึ่งมักจะชอบอยู่กับตัวเอง (ทำงานได้ดีในอาชีพอย่าง นักบัญชี วิศวะ ไอที)
- Conscientiousness = อุปนิสัยที่มุ่งไปที่เป้าหมายและทำงานด้วยความมีวินัย มีระเบียบ ไว้วางใจได้ คิดก่อนทำ
- Agreeableness = อุปนิสัยที่เป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ทนต่อสิ่งรอบข้างได้มาก เชื่อมั่นในความดีผู้อื่น เต็มใจช่วยคนอื่น ประสานความขัดแย้ง
- Emotional Stability = อุปนิสัยที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดได้ดี เป็นคนสบายๆ ไม่ค่อยโกรธ จัดการกับวิกฤติได้ดี
- Openness to Experience = อุปนิสัยที่ชอบหาประสบการณ์ใหม่ๆ และคิดเกี่ยวกับอนาคตในทางสร้างสรรค์ มีจินตนาการ ชอบความหลากหลาย
การเรียนรู้และการรับรู้ (Learning and Perception)
การเรียนรู้
คนแต่ละคนนั้นก็จะมีประสบการณ์ การรับรู้ และพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเค้าเอง แต่การที่เค้ามาอยู่องค์กรใหม่นั้น คนคนนั้นอาจจะต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือจำเป็นต้องให้มีพฤติกรรมใหม่ๆ ที่เหมาะสม ดังนั้นเราควรจะต้องทำความเข้าใจหลักการของการเรียนรู้ไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการปัญหาเหล่านี้
การเรียนรู้ (ในความหมายของ OB) = การเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งมีผลมาจากประสบการณ์
องค์ประกอบของการเรียนรู้มีดังนี้
1. สถานการณ์ 2. พฤติกรรมที่มีต่อสถานการณ์ 3. ผลลัพธ์ของพฤติกรรมนั้น
- ถ้าพฤติกรรมนั้นส่งผลไปให้มีผลลัพธ์ที่เป็นบวก จะส่งผลให้มีการทำพฤติกรรมนั้นมากขึ้น => Positive reinforcement
- ถ้าพฤติกรรมนั้นส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เป็นลบหายไป จะส่งผลให้มีการทำพฤติกรรมนั้นมากขึ้น => Negative reinforcement
- ถ้าพฤติกรรมนั้นส่งผลไปให้มีผลลัพธ์ที่เป็นลบ จะส่งผลให้มีการทำพฤติกรรมนั้นน้อยลง => Punishment (ลงโทษ)
- ถ้าพฤติกรรมนั้นส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกหายไป จะส่งผลให้มีการทำพฤติกรรมนั้นน้อยลง => Extinction
ภาพรวมวิชาพฤติกรรมองค์กร (Organizational Behavior)
วิชาพฤติกรรมองค์กร (Organizational Behavior - OB) นั้นเป็นวิชาที่เกี่ยวกับการทำความเข้าใจของการกระทำของบุคคลหนึ่งๆ หรือกลุ่มคนในองค์กร ซึ่งเราถือว่า "คน" เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ โดยทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน
ซึ่งวิชานี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนวิชา Human Resource Management หรือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ต่อไปในอนาคต เพราะการที่จะบริหารคนได้จะต้องเข้าใจก่อนว่า "ทำไมคนถึงตอบสนองหรือมีพฤติกรรมแบบนั้นแบบนี้" นี่แหละคือความสำคัญของวิชา OB
วิชา Organizational Behavior นั้นจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1. เกี่ยวกับปัจเจคบุคคล
- การเรียนรู้และการรับรู้
- บุคลิกภาพและค่านิยม
- แรงจูงใจ
- ความเครียดในที่ทำงาน
2. เกี่ยวกับกลุ่ม การทำงานเป็นทีม
- ภาวะผู้นำ
- การสื่อสาร
- การตัดสินใจ
- กลุ่มและทีม
- อำนาจและความขัดแย้ง
3. เกี่ยวกับองค์กร
- วัฒนธรรมองค์กร
- การเปลี่ยนแปลงขององค์กร
ถ้าพร้อมแล้ว ตอนต่อไปเรามาลุยเรื่อง การเรียนรู้และการรับรู้ กันเลยครับ



