ผมได้มีโอกาสไปอ่านบทความใน Harvard Business Review Blog อันนึง มีชื่อว่า “How to Accomplish More by Doing Less” แค่อ่านชื่อก็เจ๋งแล้ว เลยรีบเข้าไปอ่านโดยด่วนครับ พบว่าเจ๋งดีเลยเอามาเล่าให้ฟัง เผื่อคนที่ขี้เกียจเข้าไปอ่าน/ขี้เกียจแปล

ผู้เขียนได้เปรียบเทียบการทำงานของคน 2 คน ที่มีศักยภาพเท่ากัน ฉลาดเหมือนกัน เข้างานพร้อมกันที่ 9 โมงเช้า เลิกงานพร้อมกันตอนทุ่มนึง (เวลางานวันนึงทั้งหมดประมาณ 10 ชั่วโมง) แต่มีแนวทางการทำงานที่ต่างกัน

  • คนแรกขื่อ Bill ทำงานหนักตลอดเวลาตั้งแต่เข้างานจนเลิกงาน (แม้แต่ตอนกินข้าวยังเอาข้าวมากินที่โต๊ะทำงาน)
  • คนที่สองชื่อ Nick ทำงานหนักเหมือนกัน แต่ทำไปซักชั่วโมงครึ่งก็จะพักประมาณ 15 นาที ตอนเที่ยงก็ออกไปพักกินข้าว บางทีก็ไปออกกำลังกายประมาณ 45 นาที ตอนซักบ่ายๆ หลังทำงานไปซักพักก็งีบหลับซัก 15-20 นาที ตอนเย็นๆ ก็มีแวะไปเดินเล่นด้วยก่อนกลับมาทำงานต่อ
คุณคิดว่าทำงานแบบไหนดีกว่ากัน?? แล้วคุณเป็นแบบไหน??

มาดูประสิทธิภาพจากการทำงานกันครับ

  • Bill ในช่วงเช้าใช้พลังประมาณ 80% ในการทำงาน เพราะเขารู้ว่าต้องทำงานหนักทั้งวัน พอมาช่วงบ่ายเขาเริ่มเหนื่อย ประสิทธิภาพจึงลดลงเหลือ 60%  และพอมาช่วงเย็นก็ตกลงจนเหลือ 40% เฉลี่ยแล้วทั้งวันเข้าทำงานมีประสิทธิภาพอยู่ที่ 60% x 10 ชม. = 6 ชม. / วัน (ผู้เขียนบอกว่านี่เป็นหนึ่งใน Law of Diminishing Return ในทางเศรษฐศาสตร์แบบหนึ่ง)
  • Nick สามารถอัดพลังได้ถึง 90% ในการทำงานเพราะเขารู้ว่าเขาจะได้พัก พอมาช่วงบ่ายก็ตกลงเล็กน้อยเหลือ 70% แต่ Nick ีพักงานไปบ้าง ทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง ดังนีั้นเหลือเวลาทำงานจริงประมาณ 8 ชม. โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยที่ 80% ดังนั้นทั้งวันเขาทำงานได้ที่ 80% x 8ชม. = 6.4 ชม./วัน มากกว่า Nick ที่ทำงานตะบี้ตะบันทั้งวันเสียอีก

นอกจากจะทำงานได้ประสิทธิภาพกว่าแล้ว Nick ยังสามารถ Focus ในตัวงานได้มากกว่า จึงเกิดความผิดพลาดน้อยกว่า แถมพอกลับบ้านไปยังมีพลังงานเหลือให้กับครอบครัวอีกด้วย!!

มันไม่ใช่ว่าจะวัดคุณค่าของงานกันที่ชั่วโมงในการทำงาน แต่มันต้องดูเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานด้วย ผู้เขียนบอกว่ามนุษย์เรานั้นถูกออกแบบมาให้ใช้พลังงานและนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นต้องมีการพักผ่อนที่เหมาะสมด้วย ดังนั้นการทำงานแบบของ Nick นั้นจะทำงานได้โดยใช้เวลาน้อยลง มีคุณภาพมากขึ้น และยั่งยืนกว่า แถมยังเกิดความพึงพอใจกับงานมากขึ้นด้วย โดยมีผลจากการทดสอบในหลายๆ ที่แล้วว่าการพักอย่างเพียงพอ ทำให้การทำงานดีขึ้นจริง

นอกจากนี้ผู้เขียนยังทิ้งท้ายว่า ความเครียดไม่ใช่ศัตรูในการทำงาน แต่มันช่วยให้เราทำงานเก่งขึ้น เช่นเดียวกับการออกกำลังยกน้ำหนักที่เราต้องใส่ความเครียดให้กับกล้ามเนื้อ แต่เมื่อได้พักผ่อนกล้ามเนื้อก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นศัตรูที่แท้จริงของการทำงานก็คือการไม่ได้รับการพักผ่อนเป็นระยะๆ ต่างหาก

ผมหวังว่าคงมีผู้บริหารเจ๋งๆ เอาแนวคิดนี้ไปปรับใช้บ้างนะครับ (แต่ต้องมั่นใจว่าลูกจ้างไม่ขี้เกียจมากขนาดว่า ให้พักแล้วพอกลับมาทำงานก็ห่วยเหมือนเดิม เหอๆ)

Tagged on: