ถ้าพูดถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้วจะไม่พูดถึงเรื่องของสมองก็คงไม่ได้ ^^
เป็นที่รู้กันดีกว่าสมองมีหน้าที่ในการคิด และก็ได้มีทฤษฎีเกี่ยวกับสมองว่า สมองแต่ละซีกมีหน้าที่ในการคิดที่แตกต่างกัน

ก่อนที่จะบอกว่าสมองซีกไหนใช้สำหรับการคิดแบบไหน ผมมีแบบทดสอบเจ๋งๆ จาก Herald Sun ให้ลองเล่นกันดูครับ

ดูภาพหญิงสาวข้างบนนี้ว่าเธอกำลังหมุนไปทางไหน
ตามเข็มนาฬิกา หรือว่าทวนเข็มนาฬิกา??

คนที่คิดแบบทดสอบนี้บอกว่า ถ้าคุณเห็นว่าเธอหมุนตามเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกขวามากกว่า
แต่ถ้าคุณเห็นเธอหมุนทวนเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า (เค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่เห็นแบบนี้)

นอกจากนี้เค้าว่าให้ลองพยายามมองเปลี่ยนทิศทางจากที่เคยเห็นให้ได้ตามใจคิดดูด้วย -_-”

ป.ล. ผมก็ไม่รู้ว่าเค้าใช้หลักการอะไรในการบอกว่าถ้าหมุนตามเข็มแล้วใช้สมองซีกขวานะครับ  แต่ก่อนผมเคยเล่นนานแล้วเห็นเป็นทวนเข็ม แต่พอมาดูอีกทีตอนนี้กลายเป็นตามเข็มไปแล้ว… แล้วพยายามมองเป็นทวนเข็มไม่ได้ด้วยอ่ะ !!
เพื่อนๆ ลองมองแล้วเห็นเป็นแบบไหน แล้วตรงกับตารางข้างล่างหรือไม่ เล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ^^

เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่า สมองแต่ละซีกนั้นใช้สำหรับการทำงานแบบไหน

สมองซีกซ้าย

สมองซีกขวา

วิเคราะห์ ใช้ตรรกกะ ใช้ความรู้สึกและสัญชาติญาณ
มักทำตามกฎโดยไม่สงสัย สงสัยว่าทำไมต้องทำตามกฏ
ใส่ใจรายละเอียด มองภาพใหญ่
ข้อเท็จจริงเป็นใหญ่ จินตนาการเป็นใหญ่
คำและภาษา
(* สัญลักษณ์ บางเจ้าก็บอกว่าเป็นของซีกซ้าย)
สัญลักษณ์และภาพ
(* สัญลักษณ์ บางเจ้าก็บอกว่าเป็นของซีกซ้าย)
ปัจจุบันและอดีต ปัจจุบันและอนาคต
คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และ ศาสนา
เข้าใจแบบครอบคลุม เข้าใจความหมาย
รู้, ในการสนทนา สนใจในคำพูด เชื่อ, ในการสนทนา สนใจในวิธีที่พูด (ภาษากาย)
รับรู้ถึงเหตุการณ์ ซาบซึ้ง เห็นถึงคุณค่า
รับรู้ ลำดับ / รูปแบบ
(* รับรู้รูปแบบ บางเจ้าก็บอกว่าเป็นของซีกขวา)
รับรู้ด้านมิติของภาพ
(* รับรู้รูปแบบ บางเจ้าก็บอกว่าเป็นของซีกขวา)
รู้จักชื่อของวัตถุ รู้การทำงานของวัตถุ
ยึดมั่นความจริง ยึดมั่นจินตนาการเพ้อฝัน
สร้างกลยุทธ์ ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน
ปฏิบัติได้จริง หุนหันพลันแล่น
ปลอดภัย เสี่ยง

จากในตารางข้างบนดูเหมือนว่าสมองซีกขวาดูจะใช้ในเชิงจินตนาการ เพ้อฝันและดูตรงกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า แต่ยังไงก็ตามการรู้ว่าเราถนัดการคิดแบบไหนแล้วนำมาประยุกต์ย่อมเป็นสิ่งที่ดี นอกจากนี้ ถ้าเราสามารถพัฒนาการคิดในแบบที่เราไม่ถนัดได้ด้วยจะยิ่งเจ๋งขึ้นไปอีก แต่เอาล่ะ เรามาดูทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าสมองเพิ่มเติมกันหน่อยนะครับ

ทฤษฎีเกี่ยวกับสมองแบบคร่าวๆ

  • สมองแต่ละซีกใช้ควบคุมร่างกายซีกตรงข้ามของมัน นั่นคือสมองซีกซ้ายใช้ควบคุมร่างกายซีกขวา (แปลกดีมะ)
  • ความจำของคนเรามีอยู่ 3 ปรเภท คือ
    • Sensory Memory -ความจำแบบจำสิ่งที่เพิ่งเห็นหรือได้ยินได้เป๊ะๆ (อาจอยู่แค่ไม่ถึง 3 วินาที)
    • Short-term Memory – เป็นพื้นที่เก็บความจำระยะสั้น ส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 3-20 วินาที
      ในระยะสั้นคนส่วนใหญ่จะจำสิ่งต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ได้ประมาณ 7 ชิ้น (จริงๆ คือ 7+-2) ( นั่นคือเหตุผลที่หมายเลขโทรศัพท์ถึงมี 7 หลัก)
    • Long-term Memory – เป็นส่วนที่เก็บความจำในระยะยาว มักขึ้นอยู่กับความหมายและความสำคัญ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดึงข้อมูลจากส่วนนี้มาใช้ได้คือการฝึกซ้อม

อย่างไรก็ตาม สมองของเราดูเหมือนแทบจะไม่มีขีดจำกัด ถ้าได้รับการฝึกฝน ถ้าไม่เชื่อลองดู สถิติโลกของการจำค่าตัวเลข Pi ทางคณิตศาสตร์ดูก็ได้ครับ (ค่า Pi เป็นค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างเส้นรอบวงของวงกลม และเส้นผ่านศูนย์กลางของมัน =3.14159… ไปเรื่อยๆ ปัจจุบันคำนวณได้กว่า 1012 หลัก…)

สถิติโลกที่ยืนยันแล้วในปัจจุบันเป็นของ Chao Lu (China) ที่ทำไว้ในปี 2005 ซึ่งจำค่า Pi ได้มากถึง 67,890 หลักเลยทีเดียว… (บ้าไปแล้ว)

อันนี้เป็นตัวอย่างว่า สมองคนเรามันน่าทึ่งมากๆ ครับ !!

Tagged on: