Knowledge Sharing by Sira Ekabut ทบทวน MBA / ความคิดสร้างสรรค์ / ค้นหาตัวเอง

24Jun/1010

มาค้นหาตัวเองเพื่อหาอาชีพที่เหมาะกับคุณกันเถอะ : ตอนที่ 1

หัวข้อ         : Career Guide
ป้ายกำกับ   : , , , , ,

อย่างที่ผมเคยเกริ่นไปแล้วว่า "อยากจะทำ website หรือ ศูนย์เพื่อแนะแนวการศึกษาและทางเดินอาชีพ เพื่อที่จะช่วยให้เด็กนักเรียนค้นพบตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งไปทางที่ตนเองถนัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด"

ผมเห็นว่ากว่าผมจะทำ website อย่างที่ผมตั้งใจได้สำเร็จอาจกินเวลาอีกค่อนข้างนาน วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำเทคนิค และแนวคิดคร่าวๆ ในการค้นหาตัวเองให้ก่อนครับ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนไอเดียกันก่อน เผื่อจะได้เอาไว้ไปช่วยให้สร้าง web ในฝันของผมให้สมบูรณ์ขึ้นในอนาคตครับ

แนวคิดหลักในการค้นหาตัวเองที่ผมจะแนะนำก็คือ ใช้ "ทฤษฎีการเลือกอาชีพ" ของนาย Holland ครับ

แนวคิดของเค้าก็คือ ...

ความพึงพอใจในการทำงานของคุณ เกิดจากความเข้ากันได้ของ บุคลิกภาพของคุณ และสิ่งแวดล้อมในการทำงานของคุณ

นั่นแปลว่า ถ้าเราเลือกอาชีพที่ตรงกับลักษณะบุคลิกภาพของเราแล้ว เราน่าจะมีความสุขในการทำงานมากขึ้นนั่นเอง

Holland บอกว่า คนเรามีบุคลิกภาพอยู่ 6 แบบด้วยกัน คือ

  • Realistic (นักปฏิบัติ) - ชอบทำงานกับวัตถุมากกว่ากับคน, เน้นทางรูปธรรม, ใช้ทักษะด้านร่างกาย
    • เกษตรกร, นักธรณีวิทยา, สถาปนิก, นักกีฬา, พ่อครัว/แม่ครัว, นักคอมพิวเตอร์, นักขับรถ, วิศวกร, นักดับเพลิง, ช่างสวน, นักกู้ภัย, นักปฐมพยาบาล, เภสัชกร, นักบิน, ตำรวจ, ทหาร, นักกายภาพ, ฯลฯ
  • Investigative (นักคิด) - ชอบวิเคราะห์ , ชอบคิด, เป็นวิทยาศาสตร์, ชอบศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ
    • นักสถิติ, นักคอมพิวเตอร์, นักเศรษฐศาสตร์, วิศวกร, นักการเงิน, ทนาย, นักคณิตศาสตร์, เภสัชกร, แพทย์, ศาสตราจารย์ , นักจิตวิทยา, ฯลฯ
  • Artistic (นักสร้างสรรค์) - มีความคิดสร้างสรรค์, ความคิดริเริ่ม, ชอบความเป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร, ค่อนข้างวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ
    • นักแสดง, นักเขียน/กวี, นักเต้น, ศิลปิน, นักวาดภาพ, นักออกแบบกราฟิก, นักดนตรี, ฯลฯ
  • Social (นักช่วยเหลือ) - ทำงานให้สังคม, ร่วมมือร่วมใจ, สนับสนุน, ช่วยเหลือเยียวยา
    • นักบำบัด, พี่เลี้ยงเด็ก/ผู้ดูแล, นักการศึกษา, นางพยาบาล, นักโภชนาการ, แพทย์, ศาสตราจารย์, นักจิตวิทยา,  พนักงานต้อนรับ, นักสังคมสงเคราะห์, ครู, นักฝึกอบรม, นักศาสนา, ฯลฯ
  • Enterprising (นักจูงใจ) - ชอบแข่งขัน, มีความเป็นผู้นำ, จูงใจคนเก่ง
    • ผู้บริหาร, นักธุรกิจ, นักสื่อสาร, ประกัน, นักวารสาร/นักข่าว, นักการตลาด, นักการเมือง/นโยบาย, นักกฎหมาย, สาธารณสุข, นักเขียน/สิ่งพิมพ์, นักประชาสัมพันธ์, นายหน้า, พนักงานขาย, ฯลฯ
  • Conventional (นักจัดระบบระเบียบ) - เน้นรายละเอียด, ชอบสิ่งที่เป็นระบบ มีโครงสร้างแน่นอน, ทำตามกฎระเบียบ
    • นักบัญชี, นักสถิติ, ผู้บริหาร, ธนาคาร, เสมียร, บรรณาธิการ, ผู้ตรวจสอบ, บรรณารักษ์, เลขาธิการ, นักเขียนด้านเทคนิค, ฯลฯ

บุคลิกภาพแต่ละแบบ ถ้าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ตรงกับแบบตัวเองเป๊ะๆ ก็จะดีที่สุด รองลงมาคือสิ่งแวดล้อมที่ถัดจากบุคลิกภาพตัวเอง ยิ่งสิ่งแวดล้อมในการทำงานห่างไกลจากบุคลิกของตนเองมากเท่าไหร่ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ถนัดจึงอาจทำให้ไม่มีความสุขก็ได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าบุคลิกของเราเป็น Realistic เราก็น่าจะทำงานอย่างมีความสุขในสิ่งแวดล้อมหรืออาชีพใน 3 กลุ่มคือ Realistic (เหมาะที่สุด) รองลงมาคือ Investigative และ Conventional นั่นเอง

ถ้าเริ่มอยากรู้แล้วว่าตัวเองเป็นแบบไหน ลองไปทำแบบทดสอบกันได้ที่

อันที่ผมเอามาให้นี้ฟรี (ภาษาอังกฤษ) แต่อาจจะไม่ได้ดีมากเท่าอันอื่นนะครับ แต่ก็ทำให้พอได้ไอเดีย
แบบทดสอบอันที่เจ๋งๆ เนี่ยเสียตังแพงๆ ทั้งนั้นเลย แถมเป็นภาษาอังกฤษด้วย

นี่ล่ะครับเป็นเหตุผลให้ผมอยากจะทำเว็บที่ช่วยหาตัวตนและอาชีพที่เหมาะสมเพื่อคนไทยซักที ใครคิดว่าอยากจะช่วยกันทำ หรือมีแนวคิดอะไรดีๆ ลองติดต่อมาทาง email หรือ twitter ผม ได้นะครับ

จริงๆ แล้วนอกจาก Test ของนาย Holland ก็มี Test ของคนอื่นอีกเยอะแยะเหมือนกันครับ เช่น Jung Typology Test
และนอกจากเรื่องของบุคลิกภาพแล้วยังมีเรื่องของความถนัด (Aptitude) ด้วย ซึ่งผมจะพูดถึงในคราวต่อๆ ไปครับ

21Jun/100

แนะนำเว็บแจกเอกสาร pdf ติว คณิต ม.ปลาย ที่เขียนได้ดีมากๆ

หัวข้อ         : Book, Math
ป้ายกำกับ   : , , ,

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนผมได้ไปเจอเว็บไซต์ที่แจกเอกสาร pdf ที่ใช้ติว คณิต ม.ปลาย ที่เขียนได้ดีมากๆ เลยอยากจะมาเชิญชวนเข้าไปเยี่ยมชมครับ

เว็บที่ผมกำลังแนะนำนี้เป็นของคุณ คณิต มงคลพิทักษ์สุข เค้าได้ทำเอกสารแจกฟรีที่มีทั้งสรุปเนื้อหา แบบฝึกหัดแต่ละบท และรวมข้อสอบเก่าไว้ด้วย น้องๆที่เรียน ม.ปลายก็สามารถอ่านทำความเข้าใจได้ ส่วนคนที่เรียนจบแล้วอย่างผมก็ลองโหลดมาอ่านทบทวนความรู้ได้ด้วยในเวลาอัน สั้น เจ๋งมากๆ ครับ

http://math.kanuay.com/index.php

  • เอกสาร Math E-Book (คณิตศาสตร์ ม.ปลาย), Math E-Book ฉบับเข้มข้น, O-Net สนทนา ในส่วนเนื้อหา ตัวอย่าง และเฉลย เป็นผลงาน เรียบเรียง ของ คณิต มงคลพิทักษ์สุข
  • ได้รับการคุ้มครองจาก พรบ. ลิขสิทธิ์ ทั้งเอกสารรุ่นล่าสุดและรุ่นเดิม ที่เคยเผยแพร่ทั้งหมด
  • ทำการเผยแพร่เพื่อให้ใช้อ่านส่วนบุคคลเท่านั้น และไม่อนุญาตให้นำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงส่วนใดทั้งสิ้น
  • หากผู้ใดต้องการเผยแพร่ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของผลงานนี้เพื่อการ อื่น กรุณาแจ้งให้พิจารณาและยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
10Jun/100

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 3 : เรื่องของสมอง

หัวข้อ         : Idea / Creativity
ป้ายกำกับ   : , , , ,

ถ้าพูดถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้วจะไม่พูดถึงเรื่องของสมองก็คงไม่ได้ ^^
เป็นที่รู้กันดีกว่าสมองมีหน้าที่ในการคิด และก็ได้มีทฤษฎีเกี่ยวกับสมองว่า สมองแต่ละซีกมีหน้าที่ในการคิดที่แตกต่างกัน

ก่อนที่จะบอกว่าสมองซีกไหนใช้สำหรับการคิดแบบไหน ผมมีแบบทดสอบเจ๋งๆ จาก Herald Sun ให้ลองเล่นกันดูครับ

ดูภาพหญิงสาวข้างบนนี้ว่าเธอกำลังหมุนไปทางไหน
ตามเข็มนาฬิกา หรือว่าทวนเข็มนาฬิกา??

คนที่คิดแบบทดสอบนี้บอกว่า ถ้าคุณเห็นว่าเธอหมุนตามเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกขวามากกว่า
แต่ถ้าคุณเห็นเธอหมุนทวนเข็มนาฬิกา แสดงว่าคุณใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า (เค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่เห็นแบบนี้)

นอกจากนี้เค้าว่าให้ลองพยายามมองเปลี่ยนทิศทางจากที่เคยเห็นให้ได้ตามใจคิดดูด้วย -_-"

ป.ล. ผมก็ไม่รู้ว่าเค้าใช้หลักการอะไรในการบอกว่าถ้าหมุนตามเข็มแล้วใช้สมองซีกขวานะครับ  แต่ก่อนผมเคยเล่นนานแล้วเห็นเป็นทวนเข็ม แต่พอมาดูอีกทีตอนนี้กลายเป็นตามเข็มไปแล้ว... แล้วพยายามมองเป็นทวนเข็มไม่ได้ด้วยอ่ะ !!
เพื่อนๆ ลองมองแล้วเห็นเป็นแบบไหน แล้วตรงกับตารางข้างล่างหรือไม่ เล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ^^

เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่า สมองแต่ละซีกนั้นใช้สำหรับการทำงานแบบไหน

10Jun/100

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 2 : หมวก 6 ใบ

หัวข้อ         : Idea / Creativity
ป้ายกำกับ   : ,

จากตอนที่แล้วเรารู้เทคนิคในการช่วยให้มีไอเดียที่สร้างสรรค์แล้ว และถ้าเราได้ไอเดียมาซักอันหนึ่ง ต่อจากนั้นหากเราต้องการจะคิดพิจารณาว่า ไอเดียที่ได้มันดีหรือไม่ดียังไง หากจะนำไปปฏิบัติจริง ผมขอแนะนำให้ใช้เทคนิคที่ผมกำลังจะแนะนำต่อไปนี้ครับ

เทคนิดนี้เป็นอีกทฤษฎีที่โด่งดังมากๆ นั่นก็คือ เทคนิค Six Thinking Hats (หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ) ซึ่งพัฒนาโดย Edward de bono ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้การคิดเป็นกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เค้าอ้างว่า ช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งแง่ของคุณภาพของความคิดที่มากขึ้น และใช้เวลาในการประชุมลดลง)

หลักการของมันก็คือ เป็นการจัดความคิดของทุกคนในกลุ่มให้คิดไปในแนวทางเดียวกันในเวลาเดียวกัน (เพื่อป้องกันการขัดแย้งทางความคิดซึ่งกันและกัน และลดทิฐฏิในความคิดของตนเอง) จากนั้นค่อยสั่งให้เปลี่ยนแนวคิดไปอีกแนวหนึ่งพร้อมๆกัน โดยควรที่จะวนจนคิดครบทุกมุมมองเพื่อให้ได้พิจารณาในทุกแง่มุม

ทฤษฎีนี้ให้แต่ละมุมมองทางความคิดแทนด้วยหมวกแต่ละสี โดยมีหมวกทั้งหมด 6 สีดังนี้

 หมวกขาว - ข้อมูล ข้อเท็จจริง (สีขาว เปรียบกับความบริสุทธิ์ ไม่มีอารมณ์เจือปน)
เป็นการคิดโดยยึดจากข้อมูล หรือข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไป อาจจะคิดว่าตอนนี้ยังขาดข้อมูลอะไรอยู่ก็ได้

 หมวกแดง - อารมณ์ (สีแดง แสดงถึงอารมณ์อันรุนแรง)
เป็นการคิดที่ยึดอารมณ์เป็นหลัก ใช้สัญชาติญาณ ซึ่งอาจรวมไปถึงการคิดถึงอารมณ์ของคู่แข่งขัน หรือลูกค้าด้วยก็ได้

 หมวกดำ - มองแง่ร้าย, ระวัง (สีดำคือความมืดมน)

เป็นการคิดอย่างระมัดระวัง คือคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน เป็นหมวกที่มีประโยชน์ในการที่จะช่วยให้เห็นความเสี่ยงหรือผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 หมวกเหลือง - คิดบวก (สีเหลืองเหมือนความสว่างไสวของแสงอาทิตย์)
เป็นการคิดแบบมองโลกในแง่ดี ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นประโยชน์ทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นจากไอเดียที่คิดออกมาได้

 หมวกเขียว - สร้างสรรค์ (สีเขียวแสดงถึงความสดใส และการเจริญเติบโต)

เป็นหมวกของความคิดสร้างสรรค์ ใครมีเทคนิคสร้างสรรค์อะไร หรือจะบ้าบอแค่ไหนก็คิดในช่วงนี้ได้เลย (ดู list เทคนิคความคิดสร้างสรรค์ในบทความที่ผ่านมาได้เลย )

 หมวกฟ้า - ภาพรวม,ควบคุม (สีฟ้าเปรียบเสมือนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่ปกคลุมอยู่เบื้องบน)

เป็นหมวกที่ใช้ในการควบคุมภาพรวมในการคิดทั้งหมด มักให้หัวหน้ากลุ่มใส่ เพื่อควบคุมว่าตอนนี้ทุกคนในทีมควรใช้หมวกอะไรคิด และต่อไปจะใช้หมวกอะไรต่อดี

9Jun/101

เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 1

หัวข้อ         : Idea / Creativity
ป้ายกำกับ   : , , ,

เมื่อพูดเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เราก็ต้องเริ่มกันด้วยนิยามกันก่อน ว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ผมกำลังพูดถึงนี้หมายถึงอะไร

เพราะความคิดสร้างสรรค์ที่คนเราพูดถึงกันมีอยู่ 2 แบบ คือ

  1. ความสามารถในการค้นพบแนวคิด หรือความคิดใหม่ๆ
  2. ความสร้างสรรค์ด้านศิลปะ

ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่ผมจะพูดถึงก็คือแบบแรกครับ โดยในบทความนี้ผมจะมาเกริ่นกันด้วยเทคนิควิธีคิดต่างๆ ที่ช่วยให้เราสามารถคิดอะไรใหม่ๆ ออกมาได้ครับ

จากเว็บ http://www.mindtools.com/pages/main/newMN_CT.htm ได้มีการรวบรวมเทคนิคของการคิดสร้างสรรค์ไว้มากมาย ซึ่งหลังจากที่ผมได้อ่านทั้งหมดแล้ว ผมสามารถสรุปแนวคิดหลักๆ ออกมาได้ดังนี้ครับ

การคิดอย่างสร้างสรรค์ในหลายๆ เทคนิคในเว็บดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้เทคนิคในการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสิ่งที่เราคิดแทบทั้งนั้น

นั่นคือการที่เราใช้กระบวนการคิดแบบปกติ มันจะมีขีดจำกัดอยู่ทำให้คิดต่อไปอีกไม่ได้ (อย่างน้อยก็ช่วงระยะหนึ่ง) การที่จะทำให้เราสามารถคิดอะไรเพิ่มเติมได้นั้น เราต้องมองปัญหาในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิมครับ

ตัวอย่างเช่น

9Jun/100

มุ่งมั่นสู่การพัฒนาการคิดและความคิดสร้างสรรค์

หัวข้อ         : Career Guide, Idea / Creativity
ป้ายกำกับ   : , ,

หลังจากนั่งคิดไตร่ตรองดู ก็เกิดอาการระลึกได้ว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มามากมาย ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม ป.ตรี และป.โท จนจบมาได้นั้น มันเป็นการเรียนในลักษณะที่เน้นไปทางการท่องจำซะมาก หรือเหมือนว่าจะเกิดความเข้าใจแค่ในตอนนั้น(เพื่อที่จะสอบ) แต่พอผ่านไปซักพัก ก็จะลืมมันไปเกือบหมด ...

ยกตัวอย่างเช่นวิชาพื้นฐานที่เรียนตอนมัธยมเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น แต่ก่อนผมเรียนผ่านไปโดยไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้  อาจเป็นเพราะผมไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าโตขึ้นอยากจะทำอะไร หรือว่าชอบอะไรกันแน่ เลยไม่มีแรงจูงใจในการที่จะทำความเข้าใจในเนื้อหาจริงๆจังๆ แทนที่จะอ่านเพื่อให้สอบได้เฉยๆ เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนโตขึ้น แล้วกลับไปลองดูเนื้อหาพวกนั้น พบว่ามันเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมาก และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวันถ้าเรามุ่งมั่นในการคิด คิด คิด เกี่ยวกับการนำพวกมันไปใช้จริงๆ โดยเฉพาะถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์

สำหรับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการคิดอย่าง Edward de bono ได้ยืนยันแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้

นี่เองเป็นสาเหตุที่ว่า ต่อจากนี้ไป ผมจะค้นหาวิธีและเทคนิคการคิดที่น่าสนใจ และกระตุ้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์มานำเสนอเพื่อนๆ เพื่อที่ว่าเมืองไทยเราจะได้พัฒนาไปสู่สังคมแห่งการสร้างสรรค์ (creative economy) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจของประเทศเราได้อย่างมหาศาลได้ในอนาคตครับ แล้วยังไงอย่าลืมติดตาม series เรื่องการคิดอย่างสร้างสรรค์เร็วๆนี้ครับ

9Jun/100

เป้าหมายเพื่อสังคมไทย

หัวข้อ         : Career Guide, Idea / Creativity
ป้ายกำกับ   : , , , ,

ผมมีเป้าหมายที่จะทำเพื่อสังคมดังต่อไปนี้ครับ

จัดตั้งศูนย์หรือ website เพื่อแนะแนวการศึกษาและทางเดินอาชีพ เพื่อที่จะช่วยให้เด็กนักเรียนค้นพบตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งไปทางที่ตนเองถนัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

  • ผมเองเป็นคนที่ค้นพบตัวเองช้ามาก ไม่รู้ว่าตนเองชอบหรือสนใจอะไรกันแน่ และผมก็เชื่อว่ามีคนหลายคนเป็นแบบนี้เหมือนผม ผมไม่อยากให้เด็กในอนาคตเป็นแบบนี้อีกครับ
  • อันนี้ผมเคยทำเป็นโปรเจคจบ ป.โท โดยทำ business plan เป็นในเชิงของ website ครับ แต่ยังหาทางนำมาทำจริงไม่ได้เนื่องจากยังขาดผู้ร่วมอุดมการณ์ที่มีความรู้ในหลายๆ แขนง ใครสนใจรายละเอียดก็ลอง email มาคุยกันได้นะครับ