Knowledge Sharing by Sira Ekabut ทบทวน MBA / ความคิดสร้างสรรค์ / ค้นหาตัวเอง

20Jan/1029

ภาพรวมของการเรียน MBA

หัวข้อ         : Tutorial
ป้ายกำกับ   : , , , , ,

ตัวผมเองได้มีโอกาสเรียน ป.โท MBA จนสำเร็จมาแล้ว จึงอยากจะใช้พื้นที่ในบล็อกนี้ บันทึกความรู้ที่ได้เรียนรู้มาทั้งหมด เวลาผ่านไปจะได้ไม่ลืมง่ายๆ ครับ ก็เลยถือโอกาสนี้แบ่งปันความรู้กันซะเลย ใครอ่านแล้วสงสัยตรงไหน หรือตรงไหนไม่เห้นด้วยก็คอมเมนต์มาได้เลยนะครับ

MBA ต้องเรียนอะไรบ้าง?

MBA นั้นย่อมาจาก Master of Business Administration หรือที่คนไทยเรียกกันว่าเรียน "โทบริหารธุรกิจ" นั่นเองครับ ในบทความนี้ผมจะขอยึดตามที่จุฬาที่ผมไปเรียนมานะครับ ตอนที่เข้าไปเรียนใหม่ๆ ก็จะเป็นวิชาที่เรียนก็จะเป็นการปูพื้นฐานความรู้ที่จำเป็นก่อนครับ วิชาพื้นฐานที่ว่านั้น มีดังนี้ครับ

  • Managerial Accounting (การบัญชีบริหาร) –หลักๆ ก็จะเรียนการใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการตัดสินใจ รวมไปถึงใช้ในการวางแผนและควบคุมครับ
  • Organizational Behavior (พฤติกรรมองค์กร) – เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของคนในองค์กร เช่น บุคลิกภาพ แรงจูงใจในการทำงาน การทำงานเป็นทีม ความขัดแย้งในองค์กร
  • Statistics (สถิติ) – การนำข้อมูลดิบมาแปลงให้เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ความรู้ด้านสถิติ การทดสอบสมมุติฐาน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล การคาดการณ์ข้อมูล
  • Quantitative Analysis (การวิเคราะห์เชิงปริมาณ) – เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ หาจุดหรือวิธีที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด การมอบหมายงานให้มีประสิทธิภาพ การสร้างแบบจำลอง
  • Economics (เศรษฐศาสตร์) –  รูปแบบของตลาด อุปสงค์ อุปทาน เงินและอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน นโยบายการเงินการคลัง

พอเรียนวิชาพื้นฐานครบแล้ว ทางหลักสูตรก็จะให้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ทางธุรกิจมากขึ้น นั่นก็คือ

  • Operations Management (การจัดการการดำเนินงาน) – การออกแบบระบบ การวางแผนผังการปฏิบัติงาน การบริหารคุณภาพ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) การบริหารสินค้าคงคลัง การบริหารโครงการ
  • Financial Management (การจัดการด้านการเงิน) – งบการเงิน มูลค่าของเงินที่เปลี่ยนไปตามเวลา การลงทุน การวางแผนทางการเงิน ต้นทุนของเงินทุน
  • Marketing Management (การจัดการด้านการตลาด) – การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และตลาด การกำหนดตลาดและวางตำแหน่งทางการตลาด การสร้างแบรนด์ ส่วนผสมทางการตลาด

เมื่อเรียนถึงตรงนี้ ทางหลักสูตรก็ได้เปิดโอกาสให้เราได้เลือกวิชาเลือกที่เราสนใจจะเรียนอีก 6 วิชาครับ ส่วนตัวผม ได้เลือกไปดังนี้

Human Resource Management, Investment Analysis, Competitive Marketing Strategy, Business Problem Simulation, International Business Finance, Conflict and Negotiation ( ส่วนตัวอยากเรียบ E-Commerce แต่มันดันไปเปิดสอนครับ อดเลย T_T )

เมื่อเรียนวิชาเลือกหมดแล้ว เค้าห็จะให้เรียนวิชาสุดท้าย นั่นคือ

  • Strategic Management (การจัดการเชิงกลยุทธ์) ซึ่งเป็นวิชาที่เป็นเหมือนแก่นหลักของการเรีนย MBA เลยครับ ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการพัฒนากลยุทธ์ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ อุตสาหกรรม และคู่แข่งขัน รูปแบบพื้นฐานของกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขัน ภาวะผู้นำและระบบการควบคุมเชิงกลยุทธ์

ซึ่งในขณะที่เรียนวิชาสุดท้ายนี้ เราก็จะต้องทำ Special Project ที่เรียกว่า Independent Study (IS) ด้วยครับ โดยเราจะต้องเลือกหัวข้อที่เราสนใจ และนำไปเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อให้ท่านอนุมัติครับ ส่วนตัวผมได้ทำในหัวข้อเกี่ยวกับ E-Commerce ครับ (ไม่ได้เรียน แต่ก็ได้ทำฟะ)

เมื่อส่งรายงาน IS และทำการ present จนผ่านแล้ว เราก็ต้องพบกับการสอบขั้นสุดท้ายที่เรียกว่า Comprehensive Exam ครับ ซึ่งจะเป้นการสอบโดยใช้เนื้อหาจาก 3 วิชาหลักๆ นั่นคือ

Strategic Management (40%) Marketing Management (30%) และ Financial Management (30%) ครับ

ถ้ากหากสอบผ่าน คุณก็ถือว่าเรียนจบ MBA แล้วครับ ยินดีด้วย!!

หลังจากเรียนจบ ผมก็มีความคิดขึ้นว่าถ้าหากเราได้เรียนภาพรวมของธุรกิจก่อนที่จะเจาะลงแต่ละ ฟังก์ชั่นทางธุรกิจ มันน่าจะเข้าใจมากกว่านี้รึเปล่านะ ?

ผมไม่ทราบว่าหลักสูตรที่มหาลัยแห่งอื่นลำดับเป็นยังไง และมีที่ไหนเรียนภาพรวมอย่าง Strategy ก่อนแล้วค่อยเจาะฟังก์ชั่นย่อยบ้างครับ? ใครมีประสบการณ์ช่วยแชร์หน่อยนะครับ แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าแบบไหนน่าจะเป็นการสอนที่ได้ผลกว่ากัน?? ^_^

No related posts.

Comments (29) Trackbacks (0)
  1. how to motivate myself to study hard?

  2. Think of studying MBA as a tool to help you reach your goal…

  3. คิดว่าเรียนภาพรวมก่อน แล้วไปภาพย่อยค่ะ

    เพราะเราจะไดรู้ว่าสโคปที่เราจะต้องเรียนต่อไปคืออะไรแล้วมันใช้ function อะไรมาตอบ

    ตอนเรียนภาพย่อยจะได้ตั้งใจให้ถูกจุด ^^

  4. ผมเห็นด้วยครับ อาจะไม่ถึงกับเรียน Strategy ก่อน แต่อย่างน้อยต้องเรียนอะไรก็ได้ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของแต่ละ function ก่อนนะครับ

  5. วิชา Strategic Management มีให้เล่นเกม BSG รึเปล่าอะครับ

  6. มีให้เล่น Business Game ตอนเรียนจบครับผม ทำให้เห็นภาพขึ้นมาอีกหน่อย

  7. business game นี่เป็นยังไงเหรอคะ เหมือนจะอยู่ในการเรียนการสอนด้วย

  8. ถ้าเทอมแรกต้องเรียน
    strategic marketing
    Accounting
    organizational behaviour
    corporate marketing
    Industrial organisation
    เราต้องโฟกัสอะไรก่อนแล้วมันสัมพันธ์กันยังไงถึงจะเข้าใจได้ดีคะในแต่ละวิชา

  9. Business game เป็นการสมมติให้เราลองทำธุรกิจแข่งกับเพื่อนๆ ครับ โดยที่การกระทำของทีมนึง จะส่งผลต่อทีมอื่นๆ ด้วย มันทำให้เราเห็นภาพรวมของการทำธุรกิจมากขึ้นครับ เช่น เน้นกลยุทธ์แบบไหน จะต้องตั้งราคายังไง สต๊อกของเท่าไหร่ จะขายช่องทางไหน เป็นต้นครับ

    ส่วนต้องโฟกัสอะไรก่อน ก็ขึ้นอยู่ว่าอยากจะเก่งด้านไหนที่สุดอ่ะครับ
    ถ้าชอบ Marketing ก็เน้น Marketing ให้รู้ลึกไปเลย แต่วิชาพื้นฐานอื่นๆ ก็ต้องรู้เรื่องด้วย เพราะมันเกี่ยวข้องกันหมดครับ

  10. ขอบคุณคะ พี่คะอยากให้ลง Tutorial subject Managerial Economics & Corporate strategy พี่ช่วยลงหน่อยนะคะๆๆๆ เอาแบบเต็มๆ ขอบคุณล่วงหน้าคะ

  11. ผมไม่เห็นด้วยครับ ในมุมมองของผม คิดว่าการเรียนภาพรวมแบบไม่รู้อะไรเลย จะเรียนกันยังไงละครับ ในเมื่อไม่มีตัวต่อให้ใส่เพื่อไปประกอบ การเรียนภาพรวมตอนจบจะทำให้ประกอบกันดีกว่า คิดว่าการที่คิดว่ามองภาพรวมแล้วค่อยลงไปแต่ละส่วนย่อยเป็นการมองของคนที่เป็นแล้ว แต่ไม่ได้มองว่าตอนแรกสำหรับคนไม่รู้อะไรเลยจะทำอย่างไร

  12. ตอบคุณ คนธรรมดา

    ผมเห็นว่าคนเราถนัดไม่เหมือนกัน บางคนชอบภาพรวมก่อนแล้วลงภาพย่อย บางคนชอบย่อยก่อนแล้วค่อยรวม
    แต่การสอนรวมกัน ทำให้ต้องเลือกสอนแบบใดแบบหนึ่ง การเรียนภาพรวมก่อนมีข้อเสียตรงที่อาจจะต้องมีการสรุปตอนจบอีกที ทำให้เสียเวลามากกว่าครับ

  13. สวัสดีขะหนูขอปรึกษาหน่อยนะขะ
    พอดีว่าหนูกำลังจะจบป.ตรีขะ กำลังคิดจะไปเรียนต่อ MBA ที่มาเลเซีย เเต่หนูเป็นพวกทางสายศิลป์นะขะ
    ที่ไม่ถนัดเรื่องคณิตศาสตร์ เเต่อยากเรียนMBA เพื่อนำไปใช้ ตอนเเรกที่บอกทางบ้านว่าจะเรียนต่อ ทุกคนไม่เชื่อในส่ิงที่หนูตัดสินใจเลย ก็ทำให้หนูรู้สึกไม่มั่นใจกับผลลัพท์ที่จะออกมาในการเรียนเนื่องจาก กังวลว่าจะลงทุนไปโดยไม่คุ้มค่า พี่ชายหนูเคยบอกว่า หนูไม่เหมาะกับบุคลิกบริหารธุรกิจ(เตือนด้วยความหวังดีนะขะ) เพราะหนุจะเป็นพวกสบายๆ ศิลป์ๆติสๆหน่อย พี่หนุเคยบอกว่าบุคลิกการบริหารธุรกิจต้องติดตามข่าวตอนเช้า มีความกระตือรือร้น ติดตามตลาดหุ้นหรือข่าวเศรษฐกิจ ซึ่งหนูก็เคยทำเเล้ว เเต่ก้อรู้สึกงงๆมาก จึงอยากได้คำเเนะนำหน่อยขะ ว่าต้องเริ่มต้นยังไง หรือจะทำอย่างไรต่อ เเต่หนูเองก็อยากจะเรียนจิงๆ เพราะเป็นการท้าทายตัวเองในการวัดความสามารถได้ ตอนเเรกก็มั่นใจนะขะ เเต่ก็ยังมีข้อกังวลอยู่เหมือนกันขะ

  14. ที่อยากถามเป็นอันดับแรกคือ ทำไมถึงอยากเรียน บริหารธุรกิจอ่ะครับ??

    เพื่อทำกิจการส่วนตัว หรือเอาไปสมัครทำงานในสายที่เกี่ยวข้อง??

    ต้องตอบตรงนี้ให้ชัดเจนก่อนนะครับ

    ส่วนเรื่องการคำนวณ ถึง MBA จะใช้การคำนวณพอสมควร แต่ก็เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้แน่นอนหากมีความตั้งใจครับ หรือถ้าไม่ถนัดจริงๆ ก็เน้นไปที่สาย Marketing ก็จะคำนวณน้อยหน่อยครับ

  15. ขอบคุณที่ตอบกระทู้นะขะ
    ที่อยากเรียนบริหารธุรกิจ เพราะเห็นว่าสามารถนำไปใช้ได้จริงเเละตัวเองก็มีเเนวคิด
    อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ที่สำคัญคือสนใจเรื่องการนำเข้าส่งออกมากขะ
    ที่อยากรู้ก้อคือ การคำนวณจะใช้ตัวไหนบ้างขะ เเละถ้าต้องการเริ่มต้นๆจริงๆจะทำได้มั้ย
    เเละควรเริ่มยังไงดี ขอบคุณมากขะ

  16. ปรึกษาด้วยคนค่ะ
    กำลังเรียนMBA อยู่ค่ะ แต่ไม่มีพื้นฐานบริหารเลยรวมทั้งพื้นฐาน statistics ด้วยค่ะ
    วิชาที่เรียนในเทอมนี้มี International Business Management, International Marketing Management และ Business Research Methods วิชาที่3 เนี่ยะตัวยากเลยค่ะ ตอนนี้เรียนแบบงงๆ เราเองจบตรีภาษาจีน แต่ทำงานบริหารเลยอยากจะเรียน เทอมแรกก็ท้อแล้วค่ะ จะรอดไม๊ค่ะเนี่ยะ

  17. ตอบคุณ ชณัญช์ภัค

    ขอตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยว่า ไม่มีอะไรที่คนเราเรียนไม่ไหวหรอกครับ
    เพียงแต่ต้องหาว่า ตอนที่เรารู้สึกว่ามันยากเนี่ย มันยากเพราะอะไร เราตั้งใจเรียนพอมั๊ย หรือเรายังขาดพื้นฐานด้านไหนอยู่รึเปล่า

    จากนั้นค่อยไปหาทางแก้ไขทีละเรื่องๆ หลังจากเราแก้ไขแล้ว เราก็จะเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วปัญหาเดิมก็จะค่อยๆ หมดไป

    อ่อ แต่ในความเห็นของผม คนเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่องนะครับ อยากให้เน้นเรื่องที่ตัวเองสนใจให้เจ๋งๆ ไปเลยดีกว่า เช่น ถ้าเราเป็นคนที่ไม่เก่งเรื่องเลขเอาซะเลย แต่ถนัดเรื่อง marketing มากกว่า แล้วดันไปพยายามดิ้นรนอยากให้เก่งเลขมากๆ อันนี้ก็ไม่จำเป็นนะครับ เอาแค่พอใช้งานได้ ไม่ติดขัดกับการเรียนตัวที่เราอยากจะมุ่งเน้นดีกว่า ^^

  18. ตอบคุณ คนหาดใหญ่ขะ

    ความรู้เรื่องการคำนวณที่ใช้ใน MBA ที่จำเป็นนั้น Basic มากๆ ครับ แค่บวกลบคูณหารได้ ก็เกือบจะทำได้ทุกอย่างแล้ว

    แต่ถ้าบวกด้วยความรู้เรื่องการวาดกราฟเส้นตรงด้วยก็จะดีกว่าครับ เพราะต้องใช้เรื่องเส้นตรงในหลายๆ วิชาเลย

    ที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องคำนวณแบบนี้แบบนั้นมากกว่าครับ เช่น เราเอามาหารกันทำไม คูณกันทำไม แต่ละขั้นตอนทำแล้วได้อะไร แบบนี้อ่ะครับ

  19. จะลองสู้ดูสักตั้ง ขอบคุณมากนะค่ะ

  20. การที่จะเรียน MBA จะต้องเก่งภาษาอังกฤษไหมครับ เพราะผมเองภาษาไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่ ถ้าคุยก็พอได้บ้าง แต่ถ้าจะเจรจาเป็นธุกิจเลยนี่ยังไม่ไหวอ่ะครับ เลยไม่ค่อยมั่นใจว่า MBA จำเป็นต้องเก่งเรื่องภาษาด้วยหรือเปล่าครับ

  21. ตามความเห็นของผม ถ้าจะใช้ในการทำงานจริงอาจจะไม่ต้องเก่งมาก (Grammar ไม่ต้องเป๊ะ) แค่สื่อสารเข้าใจพอ

    ส่วนถ้าเพื่อการเรียน มันจะได้เปรียบถ้าเราสามารถอ่าน textbook ภาษาอังกฤษได้ เพราะปกติแล้วมันจะเขียนดีกว่าหนังสือของไทยครับ

  22. MBA ที่จุฬา หมายถึงที่ศศินทร์รึป่าวคะ

  23. ผมเรียนของคณะบัญชีครับ เพราะตอนนั้นเวลาเรียนสะดวกสำหรับผมมากกว่า

  24. สวัสดีค่ะ
    ขอบคุณมากนะคะ ที่ให้ความรู้

  25. มีเรื่องอยากรบกวนถามค่ะ ตอนนี้หนูเรียนจบปริญญาตรีทางด้านบริหารธุรกิจแล้ว กำลังจะสมัครเรียน MBA ต่อ
    แต่ต้องสอบข้อเขียน มีสอบ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ GMAT ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจ ก็เลยอยากทราบว่าแนวข้อสอบเป็นประมาณไหนคะ??? เพราะตัวหนูเองก็ไม่ใช่คนเรียนเก่งมากค่ะ เลยอยากทราบรายละเอียดจริงๆค่ะ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวอ่านหนังสือถูกต้อง
    อยากเรียนจริงๆค่ะ แต่กลัวสอบไม่ผ่าน – -”

  26. ตอนนี้เรียน MBA ภาคค่ำอยู่ค่ะ สนใจลงวิชาเลือกเรียนวิชา invesment analysis ไม่ทราบว่ายากมากหรือเปล่าค่ะ มีส่วนของการคำนวณเยอะหรือเปล่า จนป.ตรีสายศิลป์มาจะพอไหวหรือเปล่าค่ะ

  27. ตอบคุณ gdp

    เรื่องสายศิลป์มาเรียน MBA ผมก็เห็นเยอะนะครับ เพื่อนผมจบอักษรมายังเรียนได้เลย และก็มีคนสามารถเรียนจนจบมาได้เยอะแยะ ถ้าใจสู้และชอบซักอย่าง ทำได้อยู่แล้ว ^^

    แต่วิชา investment เนี่ย จะให้ดีต้องลองเปิด port ลงทุนไปด้วย (ไม่ต้องเยอะก็ได้) จะได้สนุกและอินมากขึ้นครับ

  28. ผมเรียนพวก Graphic Design กับ สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ มาครับ
    อยากต่อโทด้านบริหาร เพราะสายด้านที่เรียนมามันถูกกดขี่ข่มเหงเยอะ
    และโอกาสการเจริญเติบโตผมว่าช้า เลยอยากเรียนด้านบริหารเพื่อ
    เป็นอีกทางเลือกนึงในการทำงาน แต่ติดที่ว่า ไม่รู้ว่ามีสายไหนที่สามารถ
    นำเอาความรู้ด้าน ARTS มาผสมกันได้บ้าง และเป็นที่ต้องการขอตลาดไหม
    เลยอยากขอคำแนะนำหน่อยน่ะครับ ขอบคุณครับ

  29. ตอบคุณ itsme

    ถ้าเรียน Graphic Design มา แล้วอยากเรียนบริหาร ผมว่าน่าจะเหมาะกับพวกสายที่เน้นเรื่อง Marketing นะครับ

    แต่ถึงยังไงก็ตาม ยุคใหม่นี้ ผู้นำควรจะมีทั้งศาสตร์และศิลป์ครับ ดูอย่างสุดยอด CEO สตีฟ จอบส์ สิครับ
    เพราะงั้นคุณมี Arts อยู่แล้ว มาฝึกเรื่องทฤษฎีการบริหารอีกก็สามารถเติมเต็มได้แน่นอนครับ ( อาจจะเซ็งๆ กับวิชาพวก Accounting, Stats, หรือ Finance อยู่บ้าง แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ แต่ทุกคนสามารถเรียนได้แน่นอนถ้ามีความตั้งใจ)


Leave a comment


No trackbacks yet.