( ต่อจากตอนที่แล้ว)

หลังจากผมพอจะห่มจีวรได้ด้วยความทุลักทุเล ในที่สุดผมก็สามารถออกบิณฑบาตรได้โดยไม่ต้องรบกวนพระรูปอื่นเสียที นั่นทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากครับ หลายๆอย่างเปลี่ยนไป จากที่เคยนอนดึก ตีหนึ่งตีสอง แล้วตื่นเกือบๆ 9 โมง ก็กลายเป็นนอนประมาณสองทุ่ม ตื่นตี 4 ตี 5 มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีเวลามากขึ้น และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นจริงๆ

เหตุการณ์ที่ทำให้ผมอึ้งมากๆ อย่างหนึ่งตอนบวชก็คือ การสวดโอวาทปาฏิโมกข์ครับ ซึ่งวัดที่ผมบวชก็จะมีการสวดในวันพระใหญ่ มันเป็นบทสวดที่ยาวมากๆ จนผมไม่นึกว่าจะมีมนุษย์คนไหนจำบทสวดนี้ได้เลยครับ !! พระที่ทำการสวดนั้นท่องบทสวดด้วยเร็วสูงมาก ( ท่านอาจจะสงสารพระใหม่อย่างผม ไม่อยากให้นั่งนานเกินไป)  

ขณะที่ผมนั่งฟังอยู่นั้นเอง ผมได้ตระหนักถึงความมหัศจรรย์ของสมองมนุษย์เป็นอย่างยิ่งเลยครับ ว่าจะสามารถจำอะไรได้มากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นภาษาพูดปกติด้วย นั่นเองทำให้ผมรู้ว่า

ถ้าหากมนุษย์มีความพยายามจริงๆ แล้ว อะไรก็ทำได้ครับ !!

หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมมะหลากหลายเล่มเลยครับ ทำให้เข้าใจในศาสนาพุทธมากขึ้นเยอะเลย ไว้ตอนต่อๆ ไปผมจะทำการสรุปสิ่งที่ผมเรียนรู้มาให้เพื่อนได้ลองอ่านนะครับ