เมื่อหลายวันก่อนผมได้มีโอกาสสั่งหนังสือและแผ่นหนังแบบ Blu-ray จาก Amazon.com ซึ่งเป็นเว็บที่ผมสั่งของมาเป็นประจำเพราะมันถูกกว่าเมืองไทยมากครับ…

หนึ่งในนั้นมีหนังสือเล่มนึงที่มีชื่อว่า  Non-Designer’s Design Book, The (3rd Edition) ซึ่งเป็นหนังสือที่ ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบมาก่อน ให้สามารถออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันหรือชีวิตการทำงาน เช่น เอกสารงาน รายงาน การ์ดอวยพร โบรชัวร์ โปสเตอร์ ได้ดีขึ้น

เมื่อโฆษณาสรรพคุณมาซะขนาดนี้ผมเลยลองสั่งซื้อมาอ่านครับ และ พบว่ามันเขียนในสไตล์ที่อ่านเข้าใจง่ายมาก และมีหลักการใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่ข้อ ในการที่จะช่วยให้เราออกแบบได้ดีขึ้น หลังจากอ่านจบและลองนำมาใช้ ผลงานผมก็ดูดีขึ้นมาเลยล่ะครับ!!

ผมก็เลยอยากจะนำหลักการในเล่มนี้มาแชร์ให้ลองได้อ่านกันครับ

หลักการที่พูดถึงในเล่มนี้มีอยู่ 4 ข้อด้วยกันครับ นั่นคือ

  • Proximity = การจัดสิ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันให้อยู่ด้วยกัน และจัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้อยู่ห่างกัน
  • Alignment = การจัดวางตำแหน่งต้องวางแบบมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวัตถุอื่นๆ ในหน้านั้นด้วย เช่น อยู่แนวเส้นขอบเดียวกัน
  • Repetition = การใช้องค์ประกอบซ้ำๆ กันเพื่อดึงสายตาให้ย้อนกลับไปยังวัตถุให้คล้ายกัน
  • Contrast = การใส่องค์ประกอบที่มีความขัดแย้ง (อย่างมาก) กับวัตถุอันอื่น เพื่อเน้นความสำคัญของสิ่งนั้นให้เด่นชัด

นอกจากนี้ก็มีเรื่องของการเลือกใช้สี และการเลือกใช้ฟอนต์ครับ ใครอยากอ่านฉบับเต็มก็ลองไปสั่งซื้อที่ Amazon.comดูได้นะครับ

ใครลองอ่านเล่มนี้แล้วให้กี่ดาวก็เชิญเลยครับ (ผมให้ 4/5ครับ)

Comments

  1. นนท์ says:

    มันเป็นหนังสือที่น่าสนใจมากๆเลยครับ คุณศิระ
    ผมเคยคิดจะเขียนแนวๆนี้เหมือนกันประมาณว่า
    อยากอธิบายเรื่องอาร์ตๆเข้าใจง่ายๆให้แก่ผู้ที่ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้
    ได้เข้าใจมุมมองทางด้านศิลปะซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า
    ให้แก่สินค้าหรือบริการของตนเองอย่างมหาศาล

    ดูเหมือนจะสนใจอะไรคล้ายๆกันนะครับ55
    ผมจะสนใจ การออกแบบ ธุรกิจการเงิน
    และธรรมะด้วย (จากคณะถาปัตย์, MBA การเงิน,
    และการเป็นคริสเตียนไปโบสถ์วันอาทิตย์)
    ซึ่งจะมีความสุขเวลาที่ได้เล่าหรือได้เขียน
    เรื่องธรรมะหรือเกี่ยวกับคุณธรรม ความดี

    ในเรื่องของอาร์ตและการเงิน ซึ่งน่าจะอยู่คนละซึก
    ของสมองซ้ายและขวา ผมเองพบว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ได้
    สนใจสองอย่างนี้พร้อมๆกัน เพื่อนที่เรียนถาปัตย์
    จะเน้นอาร์ตไปเลยหรือไม่ก็ถ้าข้ามไปด้านการเงินหรืออสังหาฯ
    จะอ่อนด้านอาร์ต ส่วนเพื่อนวิศวะก็จะมองตัวเลข
    ซึ่งสามารถข้ามไปเรื่องหุ้น การเงินได้ แต่จะไม่สนใจ
    อาร์ต นอกจากนี้ วิศวะส่วนใหญ่ที่ได้รู้จัก
    จะชอบอะไรที่ตรงประเด็น การ์ตงการ์ตูนอะไรนี่ไม่เอา
    มันอ้อมค้อม แล้วพบว่าคุณศิระ เข้าใจสิ่งที่ผม
    พยายามจะสื่อในหนังสือ และก็สนใจเรื่องการออกแบบอีกด้วย
    ก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในความสามารถครับ…

    comment ยาวเลย 555

  2. Sira Ekabut says:

    ผมก็เป็นคนชอบอ่านการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กแล้วเหมือนกัน
    ผมพบว่าการ์ตูนนั้นสามารถช่วยให้คนเข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้จดจำได้ดีขึ้นด้วย (เพราะมันเป็นลักษณะของเรื่องราว)

    ผมรู้จักคนทำการ์ตูนความรู้กลุ่มหนึ่งอยู่ ชื่อว่า สำนักพิมพ์ EQplus ครับ เป็นสำนักพิมพ์ไทยๆ ที่ทำการ์ตูนความรู้สำหรับเด็ก เช่น ประวัติศาสตร์ไทย หรือประวัติคนสำคัญ อันนี้เว็บเค้าครับ http://www.eqplusmag.com/

    แต่ที่ผมเคยใฝ่ฝันอยากเห็นและอยากทำก็คือ การทำหัวข้อที่สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างเช่น เรื่องของการทำธุรกิจมาทำเป็นการ์ตูน ผมเคยเจอคนทำอยู่ไม่กี่คนและมันก็ออกมาเป็นภาพประกอบซะมากกว่าการ์ตูน (ทำให้ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร สงสัยเค้าอาจคิดว่าผู้ใหญ่ไม่เหมาะกับการ์ตูน)

    ผมก็เจอผลงานของคุณนนท์นี่แหละครับ ที่ผมคิดว่าเป็นหนังสือที่ให้ทั้งความสนุกของการ์ตูน และ ความรู้ที่แฝงอยู่อย่างแท้จริง หวังว่าคุณนนท์จะทำผลงานออกมาเรื่อยๆ นะครับ

    ป.ล. ไม่ทราบว่าคุณนนท์เคยอ่านผลงานการเขียนของคุณ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ มั๊ยครับ (อันนี้ไม่ใช่การ์ตูน) เค้าเป็นอีกคนที่ผมชอบเช่นกัน http://dekisugi.net/

  3. นนท์ says:

    เห็นด้วยครับคุณศิระ ทั้งๆที่การ์ตูนนั้นเป็นสื่อที่ช่วยให้เรื่อง
    อะไรก็ได้ ง่ายขึ้นแท้ๆ แต่ perception ของคนส่วนใหญ่ยังมองว่า
    การ์ตูนเป็นเรื่องของเด็ก T_T

    รู้สึกดีใจที่คุณศิระเห็นคุณค่าและพยายามเชียร์ให้ทำออกมานะครับ
    อันที่จริง การวาดรูปวาดการ์ตูนกับตัวผมนั้นเป็นอะไรที่ขาดจากกันแทบ
    จะไม่ได้เลย 55 ประมาณว่าทำอะไรอยู่ก็เถอะ รู้ตัวอีกที อ้าว
    กำลังวาดรูปวาดหน้าคนอีกแล้ว

    แต่ครั้นจะวาดตามใจตนเอง โดยไม่มีผู้อ่านบ้าง ก็คงจะรู้สึก
    เหงาระดับหนึ่งเลย พอมีแรงเชียร์แบบนี้ก็ทำให้มั่นใจว่าจะต้องก้าวต่อไป
    แล้วก็พยายามทำให้ดีขึ้นอีกครับ

    พี่นรินทร์ ผมชื่นชอบผลงานของเค้า ตรงที่ ทำไมสามารถสื่อ
    เรื่องราวความรู้ยากๆ โดยใช้เพียงตัวหนังสือ ได้น่าอ่านน่าติดตามขนาดนี้
    คือเรื่องยากๆ ที่เป็นตัวหนังสือล้วนก็น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจริงๆที่จะตั้งใจอ่าน
    ให้เข้าใจ หรือไม่หนังสือทั่วไปจะพยายามทำให้ง่ายด้วยการใช้ภาพประกอบ
    แต่ของคนนี้ใช้เพียงตัวหนังสือก็น่าอ่านแล้ว นั่นล่ะครับ…

    ผมเพิ่งสังเกตว่าคนเขียนเรื่อง Non designer ชื่อคล้ายกับ
    นักแสดงตลกคนโปรด 555

  4. วันนี้ไปที่ร้านซีเอ็ด เห็นชื่อคนเขียนหนังสือคุ้นๆ นึกในใจว่าน่าจะเป็นคนที่เคยรู้จักแล้วก็ใช่ด้วย ดีใจกับนน้องนนท์กับการเติบโตและความสำเร็จในวันนี้ พี่ยังนึกถึงและจะเป็นกำลังใจให้ต่อไป ยอดเยี่ยมไปเลยครับน้อง ว่างๆ คงได้ติดต่อกันนะครับ