บทความที่แล้วเราทำความรู้จักกับงบดุลหรือ Balance Sheet ไปแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักกับงบกำไรขาดทุน หรือ Income Statement กันครับ

ส่วนประกอบของ Income Statement หลักๆ มีอยู่ 3 ส่วน นั่นก็คือ

Revenue (รายรับ) – Expense (รายจ่าย) = Profit and Loss (กำไร/ขาดทุน)

แต่ทว่า ถ้ามันง่ายแค่นี้ คงไม่ต้องมานั่งเรียนบัญชีเป็นแน่ เพราะสิ่งที่ทำให้มันซับซ้อนขึ้นก็คือ มันมีส่วนประกอบย่อยๆ อีกดังนี้

ตัวอย่าง Income Statement

  • Sales Revenue (ยอดขาย) 50,000
  • > หัก Cost of goods sold (ต้นทุนขาย) 20,000
  • ได้ Gross profit (กำไรขั้นต้น) 30,000
  • > หัก Selling, general and admin. expenses (ค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร) 10,000
  • > หัก Depreciation and amortization (ค่าเสื่อมราคา) 2,000
  • > หัก Other expenses (ค่าใช้จ่าย อื่นๆ ) 1,000
  • ได้ Earnings before Interest and Taxes (EBIT) (รายได้ก่อนจ่ายดอกเบี้ยและภาษี) 17,000
  • > หัก Net interest expense/income (ดอกเบี้ยจ่าย) 1,000
  • ได้ Earnings before income taxes (รายได้ก่อนจ่ายภาษี) 16,000
  • > หัก Income taxes (ภาษี) 4,800
  • ได้ Net Income (รายได้สุทธิ) 11,200
    =====จบส่วนของ Income Statement===========
  • > หัก Dividend (เงินปันผล) 3,000
  • ได้ Retained Earning ( กำไรสะสม) 8,200

ที่นี้ เจ้าของบริษัทก็จะมีสิทธิ์เลือกได้ว่า จะแบ่งผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบของ Dividend (เงินปันผล) หรือไม่? ซึ่งเงินที่เหลือจากการนำไปจ่ายเงินปันผล จะถูกนำไปเก็บไว้ในบริษัทเพื่อนำไปใช้งานในอนาคต โดยจะอยู่ในรูปของ Retained Earning (กำไรสะสม) ซึ่งจะไปสะสมในส่วนของเจ้าของในงบดุลอีกทีนั่นเองครับ

ตอนต่อไปเราจะมาดูเรื่องงบดุลกันครับ

Tagged on:             

Comments

  1. […] พอจะเห็นภาพคร่าวๆ หรือยังครับ ไว้ตอนหน้าเราจะมาทำความเข้าใจกันให้ลึกซึ้งขึ้นกว่านี้อีก ครับ !! VN:F [1.8.1_1037]please wait…Rating: 0.0/5 (0 votes cast) Share and Enjoy: […]